่านก็มาเพื่อใบ้เมิ่งอินเช่นกัน”เมิ่งจิ่งโจวรู้จักใบ้เมิ่งอิน เป็นหญิงงามที่ไม่แพ้น้องเถา ในงานประชันใหญ่วิถีเต๋า ใบ้เมิ่งอินเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะตัวแทนสำนักเฉิงขั้นแก่นทองคำตอนกลาง คู่ต่อสู้ก็คือเมิ่งจิ่งโจวลั่วอู่ซวงเห็นว่าเมิ่งจิ่งโจวไม่ทราบจริงๆ จึงอธิบายว่า “ใบ้เมิ่งอินเพิ่งมาที่หอบัวบานไม่ถึงครึ่งเดือน ก็ได้เป็นนางเอกของหอบัวบานผู้คนยอมทุ่มทองพันชั่งเพื่อพบนางสักครั้ง”“แต่นางเป็นศิษย์โดยตรงของสำนักเฉิง ว่ากันว่ายังมีผู้อาวุโสพันเสน่ห์หนุนหลัง จะขาดลิ่นซือได้อย่างไร”“ใบ้เมิ่งอินจึงตั้งกฎว่า ใครสามารถแต่งกวีนิพนธ์ที่ทำให้นางพอใจได้ นางก็จะพบคนผู้นั้น และเต้นรำให้คนผู้นั้นชมหนึ่งเพลง”การเต้นรำของใบ้เมิ่งอินไม่เพียงงดงามเท่านั้น ยังมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญด้วยลั่วอู่ซวงผงกศีรษะ ชี้ให้เมิ่งจิ่งโจวดูกลุ่มคนที่นั่งอยู่ “นี่ไง ผ่านไปห้าวันแล้ว ก็ยังไม่มีใครแต่งกวีนิพนธ์ที่ทำให้นางพอใจได้”“วันนี้เป็นเทศกาลหยวนเซียว ใบ้เมิ่งอินกำหนดให้กวีนิพนธ์วันนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเทศกาลหยวนเซียว”
คนที่มาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อการเต้นรำของใบ้เมิ่งอินทั้งหมด ยังมีหลายคนที่มาเพื่อสร้างชื่อเสียงในเมืองหลวงขณะกำลังพูด มีคนส่งกวีนิพนธ์ที่แต่งเสร็จแล้วให้สาวใช้ สาวใช้ส่งให้ใบ้เมิ่งอินที่อยู่หลังม่านสีเขียวอ่อน“จันทร์กลมโคมสว่างราวกลางวัน ท้องตลาดครึกครื้นในเทศกาลหยวนเซียว เสียงหัวเราะแฝงอยู่ในปริศนาโคมไฟ ซาลาเ