เฒ่าปู้อวี่จอมเจ้าเล่ห์ก็มาด้วยหรือ?”“ส่วนใหญ่แล้วเป็นไอ้เมิ่งจิ่งโจวนั่นแหละ มันรังแกคนเกินไปแล้ว!” หลี่จั้วพูดอย่างเดือดดาล เขาไม่ค่อยสนใจลู่หยางสักเท่าไรอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่ฟัง พูดกับตัวเองต่อไป “ลองคิดดู ถ้าเจ้าเรียกลู่หยางเป็นพี่ใหญ่ เจ้ากับลู่หยางก็อยู่รุ่นเดียวกัน ปู้อวี่ก็เป็นรุ่นลูกของข้า เป็นเหตุผลเช่นนี้ใช่ไหม?”“หา?”“หาอะไร รีบไปเรียกลู่หยางเป็นพี่ใหญ่เดี๋ยวนี้!”ลู่หยางกลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง บัตรเชิญมากมายราวเกล็ดหิมะส่งมาถึง เต็มโต๊ะไปหมด“เยอะขนาดนี้ เป็นที่นิยมนะ” เมิ่งจิ่งโจวเย้าแม้ว่าเขาจะมีศัตรูในเมืองหลวงไม่น้อย แต่ยังไงก็เป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเมิ่ง คนที่ไม่ชอบหน้าเขาก็ไม่กล้าแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งลู่หยางขีดเส้นตรงกลางโต๊ะ แนะนำให้เมิ่งจิ่งโจว “ฝั่งซ้ายคือจดหมายท้าประลอง ฝั่งขวาคือจดหมายขอเป็นพี่น้อง”“จดหมายท้าประลองล้วนส่งมาจากลูกของศัตรูอาจารย์ ส่วนจดหมายขอเป็นพี่น้องล้วนส่งมาจากหลานของศัตรูอาจารย์”
“จดหมายท้าประลอง เจ้าจะกลัวอะไร ตีเลย”ลู่หยางถอนหายใจเบาๆ “การต่อสู้หนึ่งต่อหนึ่ง ข้าไม่กลัวหรอกแต่ปัญหาคือ พวกนี้ล้วนเป็นจดหมายท้าประลองแบบรวมกลุ่ม”พูดอีกอย่างคือ พวกเขาวางแผนจะรุมตีเมิ่งจิ่งโจวเกาศีรษะ นี่เป็นเรื่องยากจริงๆ ลู่หยางไม่มีทางโง่พอที่จะให้คนรุมตี และก็ไม่มีทางยอมรับลูกน้องมากมายขนาดนั้นหากไม่สนใจบัตรเชิญพวกนี้และออกไปข้างนอก อาจเกิดเหตุการณ์ที่ลู่หยา