ัน
ดังนั้นเมื่อเทียบกับความอร่อยที่แท้จริงแล้วก็ด้อยกว่า ที่ข้าจะพาเจ้าไปกินคือร้านที่อร่อยที่สุดในเมืองหลวง” เมืองหลวงก็เป็นเขตของเขาเอง เมิ่งจิ่งโจวต้องทำหน้าที่เจ้าถิ่นให้ดี“ไปสิ” ลู่หยางยิ้ม เขาจำได้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ชอบลิ้มลองอาหารท้องถิ่นทุกครั้งที่ไปเยือนสถานที่ใหม่ ถ้าอร่อยจริงตามที่เมิ่งจิ่งโจวอวดไว้ เมื่อจากเมืองหลวง อาจจะนำติดตัวไปให้ศิษย์พี่ใหญ่หนึ่งชุดคำนึงถึงชื่อเสียงอันเกรียงไกรของเมิ่งจิ่งโจวในเมืองหลวงชาวเมืองหลวงล้วนรู้จักเขา ทั้งสองคนจึงสวมหน้ากากอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อออกจากคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งสถานที่ที่เมิ่งจิ่งโจวกล่าวถึงเรียกว่าหอเทียนเซียง เป็นโรงเตี๊ยมที่หรูหราที่สุดในเมืองหลวงถึงขนาดมีข่าวลือว่า หอเทียนเซียงมีพ่อครัววิเศษขั้นข้ามพิบัติเพียงแต่พ่อครัววิเศษผู้นั้นไม่ได้ลงมือทำอาหารมาหลายสิบปีแล้วหอเทียนเซียงเต็มไปด้วยผู้คน โชคดีที่ลู่หยางทั้งสองมาไม่ช้าเกินไป เมื่อพวกเขามาถึง ยังเหลือโต๊ะว่างอีกสามโต๊ะหลังจากพวกเขานั่งและสั่งอาหารเรียบร้อย อีกสองโต๊ะว่างก็มีคนมานั่งแล้ว“อร่อยจริงๆ” หลังจากเสิร์ฟอาหาร ลู่หยางหยิบตะเกียบชิม ไอ้เฒ่าเมิ่งไม่ได้โกหก นี่อร่อยกว่าอาหารที่กินในคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งด้วยซ ้า
“แน่นอน รสนิยมของคุณชายข้าจะแย่ได้อย่างไร?” เมิ่งจิ่งโจวภาคภูมิใจ รีบกินอย่างใจร้อน เขาไม่ได้กินมาห้าหกปีแล้วคงเป็นเพราะผู้ประกอบอาชีพเดียวกันมักอิจฉากัน เซียนอมตะดูถูกอาห