ารของหอเทียนเซียงขณะที่ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวกำลังกินอาหารและพูดคุยถึงการบำเพ็ญในอนาคต ทั้งสองสังเกตเห็นความวุ่นวายที่ทางเข้าโรงเตี๊ยมจึงหันไปมองเห็นชายหนุ่มท่าทางสง่างามคนหนึ่งสวมชุดดำ โอบสาวคู่ควงเดินเข้ามา ไม่สนใจสายตาคนมากมายในที่สาธารณะ ด้านหลังของชายหนุ่มยังมีองครักษ์สองคนติดตามมาลู่หยางสังเกตเห็นว่าชุดดำที่ชายหนุ่มสวมใส่ทอจากเส้นไหมทองมืดที่ตัวไหมหนอนภูเขาน ้าแข็งสร้างขึ้น ทนไฟทนน ้า ทนดาบทนหอก หาได้ยากยิ่งแม้แต่ในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยลูกหลานขุนนาง คนที่มีคุณสมบัติสวมใส่เสื้อผ้าแบบนี้ก็ยังหาได้ยาก“ไม่มีที่แล้วหรือ?” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ในโรงเตี๊ยมมีคนมากเกินไป ไม่มีแม้แต่โต๊ะว่างสักโต๊ะเขาเดินตรงไปที่โต๊ะหนึ่ง มองลงมาจากที่สูงไปยังลูกค้าที่โต๊ะนั้น“โต๊ะนี้คุณชายข้าจอง พวกเจ้าไปซะ”
ลูกค้าที่โต๊ะนั้นดูเหมือนจะเห็นว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนที่ควรแหย่ รีบก้มหน้ารับคำและหลีกทางให้ชายหนุ่มเห็นอาหารเรียบง่ายบนโต๊ะของเมิ่งจิ่งโจว หัวเราะเบาๆ“ไอ้ขอทาน อย่ามาที่นี่เลย”จากนั้นเขาก็โบกมือ “บ่าว เอาสุราเซียนเมาร้อยปีมาหนึ่งกา!”ลูกค้าได้ยินน ้าเสียงที่ไม่ใส่ใจของชายหนุ่ม ต่างตกตะลึงสุราเซียนเมาธรรมดาหนึ่งกามีมูลค่าเท่ากับรายได้ทั้งปีของครอบครัวเล็กๆ ในเมืองหลวง หากเป็นสุราเซียนเมาร้อยปี มูลค่าสูงเกินกว่าจะจินตนาการได้แม้ว่าผู้ที่มาโรงเตี๊ยมล้วนเป็นคนมั่งมีหรือผู้สูงศักดิ์ แต่คนที่สามารถสั่งสุราเซี