เมิ่งจิ่งโจวได้ยินดังนั้น สีหน้าเปลี่ยนไปทันที พยายามใช้คำพูดแก้ไขวิกฤต“ท่านพ่อ นี่ยังอยู่ข้างนอกนะขอรับ”“เรื่องเล็ก”เมิ่งโป่เทียนโบกมือใหญ่ พาลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งม้าแก่ส่งเสียงฟุดฟิด สั่งให้ยามสองคนยกรถม้าลง ส่วนตัวเองค่อยๆ เดินเข้าไปในคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งเพื่อหาพี่ชายคนที่สอง ซวี่โหย่วเพื่อพูดคุยถึงความหลัง“ไม่ได้กลับคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งนานแล้ว พี่ชายสองอยู่ที่ไหนนะ?”เมิ่งโป่เทียนพาลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวไปที่เรือนหลักของคฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง ตอนเด็กๆ นอกจากเมิ่งจิ่งโจวจะชอบปีนเขา ที่ที่ชอบอีกแห่งก็คือที่นี่ตอนนี้เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องมาที่นี่เพื่อรำลึกถึงวัยเด็ก“ท่านพ่อ ยังมีคนนอกอยู่ขอรับ” เมิ่งจิ่งโจวพยายามโน้มน้าวพ่ออีกครั้ง เขาเป็นเด็กที่ไม่รู้ความตอนนั้น จงใจทำผิดพลาดหลายอย่าง
แต่ผ่านมาหลายปี แม้แต่ตัวเขาที่เป็นตัวการก็ยังลืมไปแล้ว ทำไมพ่อยังคิดถึงมันอยู่“เจ้าคือลู่หยางใช่ไหม รูปร่างหน้าตาดีมากนะ” เมิ่งโป่เทียนเมื่อหันมาพูดกับลู่หยาง น ้าเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ได้ยินจิ่งโจวชื่นชมเจ้ามาตลอดว่ามีแววเหมือนท่านเต๋าปู้อวี่ ทุกครั้งที่ออกไป ก็สร้างเรื่องเป็นพรวน”ลู่หยาง: “…”ไอ้เมิ่งเฒ่า เจ้านินทาข้าลับหลังอย่างนี้เหรอ ข้าออกไปเจออะไรเจ้าไม่ได้อยู่ข้างๆ ตลอดหรือไง?“การแย่งชิงยุคทอง ต้องการคนมีพรสวรรค์แปลกประหลาดเช่นเจ้าพอดี”“ได้ยินว่าเจ้ายังไม่มีคู่ครอง อาจารย์เจ