ลู่หยางอยากพูดแต่ก็หยุดไว้ อยากบอกว่าฉลองพระองค์นี้ดูแปลกๆ“เซียนน้อย ท่านแน่ใจหรือว่าที่ท่านปักบนฉลองพระองค์คือตัวท่านและศิษย์พี่ใหญ่?” ลู่หยางมองฉลองพระองค์ ไม่แน่ใจจริงๆ ว่าคนสองคนบนฉลองพระองค์คือใคร“ใช่สิ นี่ก็มีชื่อเขียนไว้นี่นา” เซียนอมตะก้มลงชี้ไปที่สองจุดบนฉลองพระองค์พลางพูดลู่หยางคิดในใจว่าโชคดีที่ท่านเขียนชื่อไว้ ไม่งั้นถ้าท่านบอกว่าที่ปักบนฉลองพระองค์คือข้ากับเมิ่งเฒ่า ข้าก็คงเชื่อ “หยางน้อย เจ้าเองก็พูดไม่ใช่หรือ ฉลองพระองค์แต่ไหนแต่ไรปักผู้แข็งแกร่งที่สุด ถ้าพูดว่าใครในโลกผู้บำเพ็ญปัจจุบันแข็งแกร่งที่สุด ก็ต้องเป็นข้ากับเด็กอวี้สิ!” เซียนอมตะยืดอกพูดอย่างเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ“ทำไมต้องเรียกข้าว่าหยางน้อยด้วย?”เซียนอมตะทำหน้าสงสัย “มีปัญหาอะไรหรือ ข้าได้ยินว่าฮ่องเต้เรียกคนรอบข้างแบบนี้นี่”ลู่หยาง: “…”ช่างเถอะ ไม่จำเป็นต้องอธิบายเรื่องซับซ้อนพวกนี้กับเซียนน้อย
“งั้นข้าขอปรับแต่งรูปของท่านและศิษย์พี่ใหญ่บนฉลองพระองค์เล็กน้อยได้ไหม?” ลู่หยางแทบไม่กล้ามองรูปสองคนบนฉลองพระองค์“ได้สิ” เซียนอมตะถอดฉลองพระองค์ทันที โยนให้ลู่หยางส่วนตัวเองเปลือยเท้าเล็กๆ วิ่งวนรอบท้องพระโรงกระโดดโลดเต้นลู่หยางใช้ความคิดสร้างเส้นทองเส้นเงินและอุปกรณ์อื่นๆ ขึ้นมาร้อยด้ายเข้าเข็ม ใบหน้าอันงดงามละเอียดอ่อนของเซียนอมตะก็ปรากฏขึ้นบนฉลองพระองค์“อืม… จริงๆ ก็ดีกว่าฝีมือข้าเล็กน้อย” เซียนอมตะยอมรับว่าลู