ท่านเต๋าปู้อวี่ ลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว และอีกคนที่ไม่รู้จักจาก
ตระกูลฉงฉี คาดว่าเป็นเซียนบรรพกาลที่ใช้ยันต์ส่งตัวเรียกเขามาซึ่งตามหลักแล้วต้องใช้ในยามอันตรายเท่านั้นเขากระแอมเบาๆ แล้วถามอย่างจริงจัง “ข้ากำลังเข้าภวังค์อยู่ ไม่ทราบว่าพวกเจ้าเรียกข้ามามีธุระอะไร?”ทุกคนเห็นท่าทีของท่านเซียนห่านไห่เมื่อครู่ ไม่เหมือนคนกำลังเข้าภวังค์สักนิดท่านเซียนบรรพกาลชี้ไปที่ท่านเต๋าปู้อวี่พูดว่า “เป็นอย่างนี้ เขาจับรองประมุขลัทธิอู่ชิงได้ กังวลว่าระหว่างทางขนส่งอาจมีเหตุไม่คาดฝัน จึงอยากรบกวนท่านช่วยส่งวิญญาณของรองประมุขลัทธิอู่ชิงกลับไปยังสำนักเวิ่นเต๋า”“จับรองประมุขลัทธิอู่ชิงได้?” ท่านเซียนห่านไห่ประหลาดใจมากคนของลัทธิอู่ชิงรอบคอบเป็นที่สุด ยากยิ่งที่จะจับผู้บำเพ็ญระดับสูงได้“ดี ดี ดี เรื่องนี้มอบให้ข้า ข้าอยากดูนักว่าใครในลัทธิอู่ชิงกล้าแย่งคนจากมือข้า!” ท่านเซียนห่านไห่ดีใจยิ่ง พูดด้วยท่าทีเต็มไปด้วยความทะนงที่ทำการเมือง ท่านผู้ปกครองเมืองจับกุมลูกชายของตนเองด้วยตัวเองมองลูกชายที่ยังดิ้นรนต่อสู้ เขาถอนหายใจ ลูกชายที่ดีๆ ทำไมถึงกลายเป็นสภาพนี้ไปได้
ความผิดที่ลูกชายก่อไว้ใหญ่หลวงเกินกว่าอำนาจของผู้ว่าจะจัดการได้ ต้องส่งให้ราชสำนักตัดสิน คงหนีความตายไม่พ้นผู้ว่าเมืองใกล้เคียงนำกำลังทหารมาถึง รวมถึงกองทัพที่ประจำการใกล้เคียง พวกเขารีบมาที่ทำการเมืองแต่ไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบลงแล้ว“อะไรกัน ท่านเต๋าปู