จะใช้ชีวิตในคุกอย่างสะดวกสบายและสุขสบายได้อย่างไร ข้าจึงจงใจปล่อยช่องโหว่เล็กๆ ให้ทางการเมืองเยว่จับข้ากับจิ่นน้อยเข้ามา”ท่านเต๋าปู้อวี่ตบไหล่ท่านเจ้าเผ่าจิ่น ถ่ายทอดความรู้อันล ้าค่า“มั่นใจหน่อย พวกเราที่ทำงานสายนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีความมั่นใจ รูปลักษณ์ก็มาจากจิตใจ จิตใจมั่นใจ ใบหน้าก็เปล่งประกายอีกฝ่ายถึงจะเชื่อคำโกหกของเจ้า!”ลู่หยางยกมือกุมหน้าผาก ตอนที่อาจารย์สอนเขาทำไมไม่จริงจังขนาดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องสอนเรื่องพวกนี้หรอก“นี่ไง ไม่คิดว่าจะได้ผลพลอยได้ เจอท่านเซียนบรรพกาลเข้า ข้าได้ยินว่าท่านเซียนบรรพกาลอยากไปเป็นสายลับในลัทธิอู่ชิงถึงได้ถูกจับมา?”ลู่หยางพยักหน้า เล่าเรื่องที่เขาสืบมา “ที่ว่าการเมืองเยว่ได้รับข่าวกรองเกี่ยวกับฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิง จึงร่วมมือกับเมืองใกล้เคียง
อีกหลายแห่ง ปราบฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงที่นั่น ท่านเซียนบรรพกาลจึงถูกจับมาด้วย”“เป็นอย่างนี้นี่เอง”“พวกเราซื้ออาหารมาจากโรงเตี๊ยมอวี่ฝู่ ไม่รู้ว่าจะถูกปากท่านเซียนบรรพกาลหรือไม่”เมิ่งจิ่งโจวเปิดปิ่นโตใหญ่สองใบ กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย แม้ว่าเซียนบรรพกาลจะอยู่เหนือความต้องการของร่างกายในแง่จิตใจแล้วแต่ตอนนี้ท่านอยู่ในขั้นสร้างฐานตอนต้น ร่างกายจะมีปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณ“หอมจริงๆ” ท่านเซียนบรรพกาลจมูกกระตุก รับตะเกียบมาทานอย่างเอร็ดอร่อย“แล้วตะเกียบของข้าล่ะ?” ท่านเต๋าปู้อวี่ชี้ที่ตัวเอง พวกเขาเป็นผู้บำเพ็ญแ