บเชิญผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนสามคนจากเมืองใกล้เคียงมา จึงจะวางใจได้
จากนั้นเจ้าเมืองก็ออกใบรับรองตามที่ลู่หยางร้องขอ ประทับตราใหญ่ของเมืองจินหนิว รับรองว่าท่านเซียนบรรพกาลได้ทำภารกิจสำเร็จแล้วเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว ลู่หยางทั้งสองต้องการพาท่านเซียนบรรพกาลกลับสำนักเวิ่นเต๋า แต่ท่านเซียนบรรพกาลรู้สึกว่าในเมื่อมาไกลถึงเพียงนี้แล้ว ซื้อของพื้นเมืองกลับไปฝากคนก็เป็นสิ่งดีแม้ลู่หยางจะรู้สึกว่าในสำนักเวิ่นเต๋าไม่มีใครกล้ารับของขวัญจากท่านเซียนบรรพกาล แต่ทัดทานไม่ได้ จึงต้องปล่อยให้ท่านไปตามใจ“ท่านคิดว่าวัวทองตัวเล็กนี้เป็นอย่างไร…” ลู่หยางชี้ไปที่รูปปั้นวัวทองขนาดเล็กในร้านค้าพอหันกลับมา ท่านเซียนบรรพกาลก็หายไปแล้ว“หายไปไหน?” ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวมองหน้ากัน เดินไปเดินมาจู่ๆหายไปได้ยังไง?ทำท่านเซียนบรรพกาลหาย จะทำอย่างนี้ได้อย่างไร?!เมิ่งจิ่งโจวมีนิสัยร่าเริง คิดในแง่ดี “ก็คิดอีกแบบก็ได้ เมื่อก่อนพวกเราสองคนพบท่านเซียนบรรพกาล ตอนนี้ท่านหายไป หนึ่งบุญหนึ่งบาป พอดีหักล้างกันไม่ใช่หรือ”“…เจ้าเชื่อที่ตัวเองพูดไหม?”
“ไม่เชื่อ”“แล้วยังพูดอะไรอีก รีบหาเร็ว!”สองคนวุ่นวายอยู่เกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็พบท่านเซียนบรรพกาลที่กำลังกินบะหมี่อยู่ในร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง“ท่านมากินบะหมี่ที่นี่หรือ?” ลู่หยางถอนหายใจ พ้นจากการถูกตีไปได้ท่านเซียนบรรพกาลเกาศีรษะ รู้สึกอายเล็กน้อย “เมื่อกี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น