เดินไปเดินมาก็หาพวกเจ้าสองคนไม่เจอแล้ว”จากนั้นท่านเซียนบรรพกาลมองซ้ายมองขวา ให้สัญญาณให้ลู่หยางทั้งสองนั่งลงกินบะหมี่ด้วยกัน แล้วเล่าต่อ “ข้าแค่อยากหาร้านน ้าชาพักเหนื่อยสักหน่อย พอดีตอนดื่มชา ข้าได้ยินโต๊ะข้างๆ กำลังพูดถึงเรื่องของ ‘ลัทธิอู่ชิง'”“ลัทธิอู่ชิง?” หางตาของลู่หยางกระตุก ท่านเซียนบรรพกาล โชคของท่านช่างประหลาดนัก แม้แต่เขายังไม่มีข่าวกรองเกี่ยวกับลัทธิอู่ชิง แต่ท่านแค่หลงทางครั้งเดียวก็หาร่องรอยเจอแล้วท่านเซียนบรรพกาลพยักหน้า “ใช่ ข้าได้ยินผู้บำเพ็ญโต๊ะข้างๆพูดว่า แถวนี้มีฐานที่มั่นของลัทธิอู่ชิงแห่งหนึ่ง ดูเหมือนกำลังรับสมัครศาสนิกชน ผู้บำเพ็ญโต๊ะข้างๆ คิดจะไปที่นั่น”
“เดิมทีข้าอยากจะบอกเรื่องนี้กับพวกเจ้าสองคน แต่ข้าก็ไม่สามารถละทิ้งหน้าที่ไปตามหาพวกเจ้าได้ จึงเลือกที่จะติดตามพวกเขา”เขาชี้ไปที่ร้านค้าไม่ไกล “พวกเขาสองคนอยู่ในนั้น”นั่นเป็นร้านตัดเสื้อ ผู้บำเพ็ญสองคนในชุดเรียบง่ายออกมาจากร้าน พวกเขาคือผู้บำเพ็ญที่ต้องการเข้าร่วมลัทธิอู่ชิง“ตามไป” ท่านเซียนบรรพกาลกินบะหมี่อย่างรวดเร็ว แม้แต่น ้าซุปก็ดื่มหมด เช็ดปาก เรียกลู่หยางทั้งสองให้ตามตัวเองผู้บำเพ็ญสองคนที่ถูกติดตามเป็นเพียงขั้นสร้างฐาน ด้วยความช่วยเหลือของลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจว ท่านเซียนบรรพกาลไม่ต้องกังวลว่าจะถูกพบเห็นในการติดตาม“ท่านเซียนบรรพกาล ท่านจะติดตามไปถึงฐานที่มั่นหรือ เรื่องแบบนี้ให้ข้ากับเจ้าเมิ่งจัดการ