ลู่หยางอยากรู้ว่าหากเขาหลอมอาวุธมีแนวคิดแบบนี้ทั้งหมดพวกเขาหาเงินให้สำนักเวิ่นเต๋าจากค่าลิขสิทธิ์ได้อย่างไรกัน?
เขารู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่มีจิตแห่งเต๋าที่มั่นคง รายล้อมไปด้วยคนจิตไม่ปกติ แต่เขากลับไม่ถูกรบกวนจากพวกเขาเลย ความคิดยังคงเป็นปกติ
คำพูดในใจของลู่หยางทำให้เซียนอมตะพยักหน้าชื่นชม ชี้ไปที่อาจารย์อาวุโสทั้งห้า “ใช่ๆๆ พวกเขาล้วนเป็นคนจิตไม่ปกติ มีแค่พวกเราสองคนที่มีความคิดเป็นปกติ”
“ดูสิลัทธิเย่าหยางวิจัยพวกนี้ออกมาได้ ไม่ได้ใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่เลย”
“หากเป็นข้า ข้าจะผลักดวงอาทิตย์ไปทางดินแดนเหนือสุดเลยให้น ้าแข็งที่นั่นละลาย พืชพรรณฟื้นคืนชีพ อากาศรื่นรมย์”
ลู่หยางคิดในใจ เซียนน้อย ท่านจะเปลี่ยนดินแดนเหนือสุดให้เป็นทะเลเหนือหรือ?
เมื่อลู่หยางกลับมาที่ยอดเขาเทียน เตรียมที่จะมอบของถวายที่ลัทธิจิ่วอิ่วส่งมาให้กับศิษย์พี่ใหญ่ พอดีเจอศิษย์พี่ใหญ่กำลังคุยอะไรบางอย่างกับเมิ่งจิ่งโจว
“ศิษย์น้องเล็กมาแล้วหรือ งั้นก็ดี พวกเจ้าสองคนเฉลียวฉลาดเรื่องนี้เหมาะที่จะมอบให้พวกเจ้าไปจัดการ” อวี้จือเรียกลู่หยาง
แต่เดิมอวี้จือตั้งใจจะให้ลู่หยางไปจัดการ แต่ตอนนั้นลู่หยางกำลังหลอกประมุขทั้งสองที่ร้านปิ้งย่าง อวี้จือจึงจำใจเรียกเมิ่งจิ่งโจวที่เพิ่งออกจากภวังค์มาแทน
“ศิษย์พี่ใหญ่ มีเรื่องอะไรหรือ”
“เจ้าก็รู้ว่าท่านเซียนบรรพกาลเข้าร่วมสำนักของเรามาได้หนึ่งปีแล้ว เขาบำเพ็ญถึงขั้น