นางยังมีบทบาทอะไรอีกล่ะ?
“น้องเล็ก เจ้ากลับมาได้อย่างไร” จิ่นไฉเหวยสังเกตเห็นเจ้าเผ่าจิ่นเล็ก
ในใจเจ้าเผ่าจิ่นคิด นี่ไม่ใช่เพราะกังวลว่าหลานจะโกรธรึ
แน่นอน คำพูดแบบนี้ไม่อาจพูดออกมาได้
“ข้าได้พี่ชายคนหนึ่งจากแคว้นต้าเซี่ย พี่ชายคนนี้ไม่ธรรมดาเลย มีเพื่อนมากมาย อาจพูดได้ว่ามีความสัมพันธ์กับผู้คนทั่วทั้งโลกการบำเพ็ญ ผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างทุกคนที่เห็นเขาล้วนทักทายอย่างกระตือรือร้น มีมนุษยสัมพันธ์ดีเป็นพิเศษ” ท่านเจ้าเผ่าจิ่นยกนิ้วโป้งขึ้น กล่าวชมพี่ชายท่านเต๋าปู้อวี่ไม่หยุดปาก
“อาศัยความสัมพันธ์ของเขา ข้าสามารถติดต่อกับสำนักเวิ่นเต๋าได้”
“สำนักเวิ่นเต๋ามีเซียนห่านไห่ผู้ครองรูปแบบของผลของการบำเพ็ญพื้นที่ว่างเป็นเค้า ถือเป็นชั้นเยี่ยมแม้ในหมู่กึ่งเซียน หลานสาวเจ้าว่าพวกเราควรร่วมพันธมิตรกับสำนักเวิ่นเต๋า รวมพลังกัน แย่งชิงตำแหน่งในการแย่งชิงยุคทองไหม!”
“ยิ่งไปกว่านั้น มีเพื่อนมากก็เท่ากับมีศัตรูน้อย ในอนาคตมีศัตรูน้อยลงก็ดี” นี่คือข้อคิดที่ท่านเจ้าเผ่าจิ่นได้จากความสัมพันธ์ของท่านเต๋าปู้อวี่
จิ่นไฉเหวยเงียบลง ข้อเสนอของน้องเล็กไม่ไร้เหตุผล แต่นางชินกับการดำเนินการเพียงลำพัง ไม่อยากร่วมมือกับผู้อื่น “ให้ข้าพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อน”
โจวเทียนนั่งอยู่บนบัลลังก์จักรพรรดิ ใบหน้าเต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ “ทำไมแม้แต่พี่ใหญ่เอ้าหลิงก็ยังมีชีวิตอยู่ การที่ข้าต้องการจะครองราชย์มันยากขนาดนั้นเชียวหรือ