?”
เขาเริ่มพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ที่จะกลับไปนอนหลับตายอีกครั้ง
“หรือว่าจะพยายามประจบเอาใจพี่ใหญ่ลู่?”
“ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่ลู่ต้องการอะไร ส่งสาวงามสักสองคนไปลองดูไหม?”
ในขณะที่ผู้คนกำลังพูดคุยถึงแหล่งที่อยู่ของเอ้าหลิงและตัวตนของผู้ที่ต่อสู้กับเซียน มีคนหนึ่งแอบย่องมาที่ประตูสำนักเวิ่นเต๋าบุคคลนั้นก้าวเข้าไปในประตูสำนัก ใช้สายตาขู่ให้วิญญาณแม่น ้า
ถอยไป และเข้าไปภายในสำนักเวิ่นเต๋าสำเร็จ บุคคลนั้นเดินทางอย่างคุ้นเคยขึ้นไปบนยอดเขาเทียน เห็นลู่หยางที่กำลังฝึกฝน และเอ้าหลิงที่นอนกอดหางนอนหลับอยู่บนพื้น
บุคคลนั้นยกมือขึ้น พลังวิเศษอันน่าสะพรึงกลัวรวมตัวกันที่ฝ่ามือ
เอ้าหลิงรู้สึกถึงคนที่ต้องการจะโจมตีโดยไม่ให้รู้ตัว จึงเบิกตาขึ้นทันที กระโดดตัวลอย ลุกขึ้นปะทะฝ่ามือของอีกฝ่ายในทันที
แม้จะโจมตีทีหลัง แต่ถึงก่อน สองฝ่ามือปะทะกัน กระแสลมพัดพาให้ผ้าคลุมของอีกฝ่ายปลิวไป เผยให้เห็นใบหน้าที่ลู่หยางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“ท่านเหลี่ยนอี๋!”
“เหลี่ยนอี๋ ข้ารู้แล้วว่าเป็นเจ้า ไม่มีใครจะแอบย่องเข้ามาและพยายามโจมตีข้าโดยไม่ให้รู้ตัวเช่นนี้!” เอ้าหลิงเอ่ยด่าหัวเราะลั่น
เหลี่ยนอี๋ราวกับไม่เห็นเอ้าหลิง ค้อมกายคำนับลู่หยาง “ยินดีที่พบกันอีกครั้ง ศิษย์พี่ลู่หยาง”
เหลี่ยนอี๋คาดเดาได้ว่าตอนนี้เอ้าหลิงคงอยู่ที่สำนักเวิ่นเต๋าแล้ว
จากนั้นนางก็หันไปทางเอ้าหลิง ยิ้มอย่างมีเลศนัย กล่าวว่า “ศิษย์น้องเอ้าหลิง