เจ้าช่างกล้ากล่าวนามของศิษย์พี่ได้อย่างไร ช่างผิดมารยาทเสียเหลือเกิน”
เอ้าหลิงไม่หวั่นไหว “เจ้ากับข้าต่างเป็นศิษย์ที่ไม่มีชื่อในทะเบียนยังจะแบ่งศิษย์พี่ศิษย์น้องอะไรกันอีก”
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ท่านช่วยตัดสินหน่อย ข้าเป็นคนคำนับท่านเป็นศิษย์พี่ก่อน ข้าควรเป็นศิษย์พี่ของเอ้าหลิงใช่หรือไม่!”
“ศิษย์พี่ลู่หยาง ท่านบอกสิ ข้ากับเหลี่ยนอี๋ไม่มีคุณสมบัติเป็นศิษย์ของพี่อมตะ การเรียกท่านว่าศิษย์พี่ก็นับว่าเกินตัวแล้ว ไม่ควรแบ่งศิษย์พี่ศิษย์น้องกันอีกใช่หรือไม่!”
ลู่หยางฟังแล้วรู้สึกปวดหัวอย่างมาก ท่านเอ้าหลิง อย่าพูดแบบนั้นเลย ข้ากลัว
ลู่หยางอยากให้ศิษย์พี่ใหญ่กลับมามาก แต่น่าเสียดายที่ศิษย์พี่ใหญ่ไปหลอมกำไลลายมังกร ไม่อาจกลับมาได้ในเร็วๆ นี้
โชคดีที่แม้ไม่มีศิษย์พี่ใหญ่ แต่ก็มีเซียนอมตะที่สามารถไกล่เกลี่ยได้
เซียนอมตะลอยออกมาจากพื้นที่จิตวิญญาณเพื่อไกล่เกลี่ย “แต่โบราณมา ผู้แข็งแกร่งย่อมเป็นที่เคารพ พวกเจ้าสองคนลองต่อสู้กันดู ใครชนะให้เป็นศิษย์พี่ดีไหม?”
ลู่หยางฟังแล้วเหงื่อตกทันที เซียนอมตะ เจ้ายังไม่ออกมาเสียดีกว่า
“สายอมตะของพวกเราเน้นความสามัคคี เน้นความสงบ ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นลงมือกัน” ลู่หยางรีบเกลี้ยกล่อม หากสองท่านบรรพ
บุรุษนี้ต่อสู้กันในสำนักเวิ่นเต๋า แม้แต่เซียนห่านไห่มาก็ห้ามไม่อยู่อาจถึงขั้นถูกรุมทำร้ายจากมังกรและหงส์ก็เป็นได้
ลู่หยางในฐานะศิษย์พี่มีตำแหน่งสูงในใจของบรรพบุรุษมังกรแล