หญ้าเซียนแปรกายถูกลู่หยางและอีกสี่คนล้อมเอาไว้ โดยเฉพาะเมิ่งจิ่งโจวที่ชูไฟบริสุทธิ์หยางพลางจับตามองมันอย่างดุดัน ทำให้รู้ว่าไม่อาจหนีรอดได้ มันจึงถอนหายใจยาวแล้วยอมรับชะตากรรม
“ก็ได้ๆ ข้าไม่หนีแล้ว”
เมื่อเทียบกับการถูกย่างกินในตอนนี้ การถูกจับกลับไปเลี้ยงดูนับเป็นเส้นทางที่ยังมีชีวิตรอด
“นี่ค่อยเข้าท่าหน่อย” เมิ่งจิ่งโจวเห็นหญ้าเซียนแปรกายยอมสงบจึงกำหมัดเรียกไฟกลับ หม่านกู่ก็มีสายตาไวพอที่จะเก็บเครื่องปรุงย่างของตน
หม่านกู่เพิ่งจะเปลี่ยนบรรพบุรุษไปหลายท่าน แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปถึงบรรพบุรุษรุ่นที่หนึ่งของตระกูลม่านผู้เชี่ยวชาญการย่างเนื้อ
“แต่ต้องตกลงก่อนนะ อย่ากินข้า อย่างน้อยก็อย่ากินข้าทั้งหมด”หญ้าเซียนแปรกายมองทั้งห้าคนอย่างระแวง
“แน่นอนอยู่แล้ว”
ราชายาน้อยระดับหญ้าเซียนแปรกายมีค่าล ้าเลิศ ใครจะกินทั้งหมดในคำเดียว ในสวนยา ราชายาน้อยทั้งหลายล้วนมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย เวลาจำเป็นก็แค่ดึงใบหรือรากออกมาสองสามชิ้น ไม่เคยทำร้ายต้นหลัก
“คำสัญญาของเจ้าจะเชื่อถือได้หรือ?” หญ้าเซียนแปรกายมองลู่หยางอย่างสงสัย ตอนที่ต่อสู้กับผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียน มันเห็นชัดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้มีเล่ห์เหลี่ยมมาก
“ข้าขอสาบานต่อเซียนอิงเทียนว่า หากข้าพูดเท็จเมื่อครู่ ขอเซียนอิงเทียนบันดาลสายฟ้าลงมาฟาดข้า!” ลู่หยางชูสามนิ้วขึ้นสาบานต่อฟ้า
“โหดร้ายถึงเพียงนี้?!”
หญ้าเซียนแปรกายเห็นลู่หยางกล้าสาบานอย่างรุนแรงเช่