ลู่หยางรู้สึกว่าเรื่องราชวงศ์ซินฮั่วฟังดูอันตรายมาก
ปู้คนมู่อิ้นกำลังนอนหลับสบายๆ แต่เพียงเพราะรู้เรื่องราชวงศ์ซินฮั่ว ก็ถูกสังหารขณะกำลังหลับ
ตอนนี้ไม่มีใครในวงการผู้บำเพ็ญเซียนรู้เรื่องราชวงศ์ซินฮั่ว คิดดูก็รู้ว่าวิธีการของเซียนผู้นั้นคงไม่อ่อนโยน เป็นไปได้ว่าเขาได้สังหารผู้รู้ความจริงทั้งหมด จึงทำให้ราชวงศ์ซินฮั่วหายสาบสูญอย่างสิ้นเชิง
ดังสุภาษิตที่ว่า ‘บัณฑิตไม่ยืนใต้กำแพงที่กำลังจะพัง’ เขาย่อมต้องหนีให้ไกลที่สุด
“แต่ราชวงศ์ซินฮั่วมีความลับอะไรที่ไม่อาจเปิดเผยกันแน่?” ลู่หยางคิดไม่ออก เขารู้เรื่องตัวตนของราชวงศ์ซินฮั่วมานานแล้ว แต่ก็ไม่เห็นมีโชคลาภยิ่งใหญ่หรือความหายนะใดๆ ตกลงมา
“แปลกจริง”
“ศิษย์น้อง ตอนนี้เจ้าต้องให้ความสำคัญกับการบำเพ็ญเป็นหลักอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเซียน” ศิษย์พี่ใหญ่ลากลู่หยางออกจากยอดเขาคุมขัง เพื่อไม่ให้ลู่หยางรู้มากเกินไป
เซียนอมตะหัวเราะในใจ นี่แสดงให้เห็นว่าใครมีตำแหน่งสูงในใจของเด็กอวี้
“อ้อ และท่านผู้อาวุโสก็ออกไปด้วย”
ศิษย์พี่ใหญ่ไล่เซียนอมตะออกไปด้วย ตามนิสัยของเซียนอมตะคงจะรีบเอาเรื่องที่รู้ทั้งหมดไปบอกศิษย์น้องหมดแน่ๆ
เรื่องสำคัญถามเสร็จแล้ว ส่วนความจริงเท็จของคำถามที่เหลือถามเซียนหมื่นวิชาเสร็จแล้วค่อยไปตรวจสอบกับคนใกล้ชิดของเซียนหมื่นวิชาอีกทีก็พอ
“ราชวงศ์ซินฮั่วมีอยู่หนึ่งแสนปี นั่นหมายความว่า ข้าตายมาสี่แสนปีแล้วหรือ?” เซียนอมตะรู้สึกว่า