ซียนห่านไห่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้อาวุโสใหญ่ก็เชิดหน้าขึ้นกว่าเดิม
หากเป็นในอดีต แม้จะอยู่ในอาณาเขตของสำนักเวิ่นเต๋า ผู้อาวุโสใหญ่ก็ไม่กล้าพูดเช่นนี้
ความจริงพิสูจน์แล้วว่า การที่อาจารย์ผู้เฒ่าไม่บอกเรื่องเซียนห่านไห่ยังมีชีวิตอยู่ให้กับบุคคลระดับสูงของสำนักเวิ่นเต๋า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
คนจากสำนักต่างๆ แม้จะหน้าบึ้งตาโต แต่ก็ไม่กล้าแสดงอาการโกรธเกรี้ยว
……
“ลู่หยาง ทางนี้” ลู่หยางได้ยินเสียงของเมิ่งจิ่งโจว เงยหน้าขึ้นมองเห็นเมิ่งจิ่งโจวกำลังโบกมือเรียกจากชั้นสองของหอไป๋เซียง ท่าทางคล้ายหญิงงามในหอนางโลมกำลังเรียกลูกค้า
ลู่หยางขึ้นไปชั้นสอง เห็นคนคุ้นเคยหลายคน
“หลานถิง ไป๋หมิง เหยียนเทียนจื้อ พวกเจ้ามากันหมดเลยนี่” ลู่หยางยิ้มทักทาย สำนักต่างๆ ได้พาศิษย์ดีเด่นของตนมาด้วย
ม่านกู่ เถาเหยาเยี่ย หลี่หาวเหริน และเมิ่งจิ่งโจว ทั้งสี่คนในฐานะศิษย์ดีเด่นของสำนักก็อยู่ที่นี่ด้วย
“สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเจ้ากำลังมีชื่อเสียงมากเลยนะ” ไป๋หมิงยิ้มพลางตบไหล่ลู่หยางอย่างอิจฉา ตลอดทางที่มา เขาได้ยินแต่คนพูดถึงสำนักเวิ่นเต๋า
“บังเอิญน่ะ เป็นเพียงโชคช่วย” ลู่หยางยิ้มตอบอย่างถ่อมตัว
“ดีนะที่สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเจ้ามีชื่อเสียงช่วงนี้ ถ้าเป็นเมื่อสองสามวันก่อน ข้าเกรงว่าคนที่ตั้งใจจะเข้าสำนักพวกเรา คงจะวิ่งไปหาพวกเจ้ากันหมด”
สำนักธาตุทั้งห้าเพิ่งรับศิษย์เสร็จเมื่อสองสามวันก่อน
“สำนักวังเซียนเยว่กุยก็เช่นกั