ลู่หยางรู้สึกว่าหากเสี่ยอันและเชียวเอ๋อร์เข้าสำนักหุบเขาเมฆสีม่วงซีเยินก็นับว่าดี สำนักหุบเขาเมฆสีม่วงซีเยินได้ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเพิ่มอีกสองคน สำนักอื่นๆ ก็จะไม่ถูกผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติสองคนนี้รังควาน เป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์เมิ่งจิ่งโจวค่อยๆ ถอยมาข้างลู่หยางอย่างเงียบๆ เชียวเอ๋อร์ ไม่สิตอนนี้ต้องเรียกว่าผู้อาวุโสเชียนเฉียว ความเย็นที่ผู้อาวุโสเชียนเฉียวแผ่ออกมาทำให้เขาหนาวถึงไขกระดูก“ตอนนี้ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติแพร่หลายขนาดนี้เลยหรือ ออกไปข้างนอกทีก็เจอตั้งสองคน” ลู่หยางพึมพำเบาๆเมิ่งจิ่งโจวคิดทบทวนอย่างจริงจังถึงประสบการณ์ที่ออกไปข้างนอกกับลู่หยาง: “ดูเหมือนพวกเราออกไปจะกี่ครั้งๆ ก็เจอผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ”ลู่หยาง: “…”ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ“ไร้ขอบเขต ไอ้แก่เจ้าเล่ห์นี่ แกล้งทำเป็นเด็กน้อยได้! หน้าตายังอ่อนเยาว์ขนาดนี้อีก!” เชียวเอ๋อร์ด่าเสี่ยอันอย่างเดือดดาล หากรู้แต่แรกว่าเสี่ยอันเป็นผู้อาวุโสไร้ขอบเขต นางจะมาอยู่ที่นี่ตั้งครึ่งปีทำไม?
เสียเวลารักเสียเปล่า!เสี่ยอันไม่ยอมอ่อนข้อ ถุย!: “น ้าหน้าอย่างเจ้ายังมีหน้ามาพูดตอนแรกที่เจ้าถูกโจรไล่ล่า ร้องไห้บอกข้าว่า ‘พี่ชายช่วยหนูด้วย พ่อแม่ คนรับใช้ของหนูล้วนถูกโจรฆ่าตาย’ แสดงได้เหมือนจริงนักนะ!”“ไม่เหมือนเจ้าหรอกเหรอ วนเวียนรอบขอทานแก่ทั้งวัน เล่นหมากกับเขา แทรกซึมเข้าสำนักขั้นทารกแรกกำเนิด ทำตัวคดเคี้