“คราวก่อนพาบรรพบุรุษตระกูลหงส์มายังไม่พอ คราวนี้เอากึ่งเซียนโบราณสองคนมายังยอดเขาคุมขังเชียวหรือ”“ข้าเป็นผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ ไม่ใช่เซียน”หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงไม่อาจจินตนาการได้ว่าต่อไปจะมีบุคคลสำคัญอะไรถูกพามาอีก“อีกแล้วหรือ อ้ายลู่หยางคนนี้?” อาจารย์ปู่ในร่างเด็กนึกได้ทันทีว่าต้นตอของความไม่สงบตั้งแต่ที่เขาวางมือคือใคร“ศิษย์น้องเพียงบังเอิญอยู่ในเหตุการณ์”นักโทษบนยอดเขาคุมขังสูดลมหายใจเฮือกเสียงหนึ่งในช่วงสองปีที่ผ่านมา นักโทษที่ถูกคุมขังบนยอดเขาล้วนเกี่ยวข้องกับผู้บำเพ็ญที่ชื่อลู่หยางคนนี้และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ นักโทษที่มาแต่ละครั้งก็มีที่มาน่าตกตะลึงยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จากฮ่องเต้อวี๋ และตอนนี้ก็มีกึ่งเซียนผู้แย่งชิงยุคทอง หากยอดเขาคุมขังจะถือเป็นอำนาจหนึ่ง ก็ต้องนับว่าทัดเทียมกับประเทศปีศาจแล้วประเทศปีศาจก็มีกึ่งเซียนเพียงสองคนเท่านั้น
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นผู้ทรงอำนาจสูงสุดที่แย่งชิงยุคทองสองคนในที่แห่งนี้ฮ่องเต้อวี๋อู๋อวี่เต๋าเมื่อเห็นกึ่งเซียนแห่งความฝันถึงกับหลบสายตาในฐานะฮ่องเต้อวี๋องค์ที่หก เขารู้ดีที่สุดถึงความแข็งแกร่งของกึ่งเซียนแห่งความฝัน ในการต่อสู้เพื่อแย่งชิงยุคทองของบรรพบุรุษ กึ่งเซียนแห่งความฝันเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุด นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้!“ให้กึ่งเซียนแห่งความฝันอยู่ที่นี่ ข้าจะพากึ่งเซียนแห่งความว่างเปล่าออกไปสักครู่”ศิษย์พี่ใหญ่ไม