ินสำนักราตรีทมิฬสูงเกินไป พวกเขามีเพียงผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างคนเดียว“อาตมาขอขอบคุณศิษย์พี่ทั้งสองที่สอนอาตมา”เมื่อคืนที่ที่ว่าการ ซื่อฉันเสนอว่าอยากเรียนรู้หมัดสาปโสดและหมัดอรหันต์ตระกูลลู่ ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวไม่หวงวิชา ยินดีตอบรับ“ศิษย์พี่ทั้งสองมอบเลือดหยางบริสุทธิ์ให้อาตมา ยังสอนวิชาหมัดอาตมาไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร”“น่าเสียดายที่วิชาทั้งหมดของอาตมาล้วนเป็นพุทธวิชาที่อาจารย์ถ่ายทอดให้ หากไม่ได้รับอนุญาตจากสำนัก ไม่อาจถ่ายทอดออกไป”“ในด้านการสร้างวิชาใหม่ อาตมายังด้อยกว่าศิษย์พี่ทั้งสองมาก”“หากมีโอกาสในวันหน้า อาตมาจะต้องตอบแทนพระคุณนี้”ลู่หยางหัวเราะร่าเริง ตบบ่าซื่อฉัน “เราต่างเป็นศิษย์สำนักใหญ่ด้วยกัน อย่าถือสาหาความเลย”“พูดถึงเรื่องนี้ วันนี้เจ้าไม่ต้องตั้งแผงขายของหาเงินแล้วหรือ?”ซื่อฉันส่ายหน้า “โยมตระกูลฉงได้มอบเงินห้าร้อยตำลึงให้อาตมาแล้ว เพียงพอที่จะไปหอนางโลมชุนเซียงหนึ่งครั้ง”“ไปอีกครั้งก็พอจะฝึกจิตใจได้แล้วหรือ?”
“สำเร็จหรือไม่ยังไม่อาจทราบได้ แต่อาตมาต้องมีความพร้อมเช่นนี้”ทั้งสามคนล้วนอยู่ในขั้นทารกแรกกำเนิด การเพียงแค่แสดงท่าหมัดก็สามารถสร้างแรงลมที่พัดบ้านเรือนให้ล้มได้ ไม่สะดวกที่จะฝึกในเมือง จึงเลือกออกมาฝึกข้างนอก“ที่นี่แหละ”ทั้งสามคนเลือกพื้นที่โล่งแห่งหนึ่ง รอบข้างไม่มีผู้คน จะได้ไม่ทำร้ายคนสัญจรโดยไม่ตั้งใจลู่หยางเริ่มก่อน “ข้าขอบอกล่วงหน้า เรื่องที่หมัดอรหันต์