เว่ยหนึ่งหมัดลู่หยางไม่พูดอะไร ชูสองนิ้ว ปล่อยคมกระบี่สีเขียวยาวหนึ่งจั้งออกมา พอแกว่งมือเบาๆ โต๊ะข้างๆ ก็โดนเฉือนมุมไป ทำให้คังเว่ยตกใจจนหน้าซีดเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ที่ไหนเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้“ข้าจะบอก ข้าจะบอกทั้งหมด ข้าควรเริ่มจากตรงไหน?”
“เริ่มจากเจ้ารู้จักคุณหนูฉงได้อย่างไร และจี้ห้อยคอนี้ได้มาจากที่ไหน!”“ได้… ได้”“ครั้งแรกที่ข้าเห็นคุณหนูฉงคือเมื่อหนึ่งเดือนก่อน เป็นการพบกันโดยบังเอิญ ข้าเห็นนางบนถนน และตกหลุมรักทันที”“หลังจากนั้น ข้าคิดถึงนางตลอดเวลา กินไม่ได้ นอนไม่หลับสมองมีแต่เรื่องของนาง”“แต่ข้ารู้ว่าด้วยสถานะของข้า ไม่คู่ควรกับบุตรสาวตระกูลมั่งคั่งแต่ข้าก็ยังทิ้งนางไม่ลง”“ตอนนั้นเอง พี่ใหญ่หงก็มาพบข้า เขาบอกว่ามีจี้ห้อยคออันหนึ่งเพียงแค่ชี้จี้ไปที่ชิงเอ๋อร์ ทุกคืนที่ข้าเข้าฝัน ข้าจะสามารถเข้าไปในฝันของนางได้ หากทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ภายใต้การชี้นำอย่างต่อเนื่อง นางก็จะชอบข้า”“เพื่อซื้อจี้ห้อยคอนี้ ข้าถึงกับกู้เงินจากสมาคมการค้ามาจำนวนมาก”“พี่ใหญ่หงเป็นใคร?”“เขาเป็นผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ ข้ารู้จักเขาในบ่อนการพนัน เขามีลูกน้องสามสิบกว่าคน เคยบำเพ็ญเซียนในสำนักใบไผ่มาก่อน เป็นผู้
บำเพ็ญที่มีวิทยายุทธ์ลึกล ้า ต่อมาทำผิดกฎของสำนัก จึงถูกขับออกจากสำนัก”“แม้จะถูกขับออกจากสำนัก แต่ได้ยินว่าเขายังคงติดต่อกับผู้มีอำนาจในสำนักใบไผ่เป็นการลับ” คังเว่ยพยายามอ้างชื่อสำนักใบไผ่เพื่อขู