ากให้น ้าแข็งไหลเร็วขึ้นยิ่งนักเมื่อพระจันทร์ขึ้นฟ้า ฉงชิงเอ๋อร์ก็เริ่มง่วงนอนระหว่างการสนทนาไม่นานก็หลับไป“อีกฝ่ายใช้วิชาแล้วหรือยัง?” เมิ่งจิ่งโจวกระตือรือร้น เขายังไม่เคยเข้าฝันแบบตั้งใจมาก่อน“รออีกสักครู่”
ผ่านไปประมาณหนึ่งในสี่ชั่วยาม ซื่อฉันพูดขึ้นทันที “มาแล้ว!”“ศิษย์พี่ทั้งสองเตรียมตัวเข้าฝัน!”เมิ่งจิ่งโจวรีบนอนลงทันที มุดเข้าไปในผ้าห่มนุ่มนิ่ม หลับตาลงทันใดนั้น สีหน้าของเมิ่งจิ่งโจวก็เปลี่ยนไป “แย่แล้ว!”“เกิดอะไรขึ้น?”“ตื่นเต้นเกินไป นอนไม่หลับ!”“……”โชคดีที่ลู่หยางมีความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เขาคลานออกจากผ้าห่ม ขยับร่างกาย “ไม่เป็นไร ข้าจะต่อยเจ้าสักหมัดเจ้าก็จะหลับ ผ่อนคลายหน่อย ไม่เช่นนั้นผลจะไม่ดี”“เดี๋ยวเจ้า รอก่อน เจ้าเอาจริงรึ……”หมัดใหญ่ปรากฏในม่านตาของเมิ่งจิ่งโจวที่ค่อยๆ เบิกกว้างจากนั้นก็มีเสียงดังปัง เขาก็หมดสติไปลู่หยางพอใจกับผลงานของตน จึงเข้านอนอย่างสงบซื่อฉันก็เข้านอนเช่นกันในความฝัน เขาผนึกมือ ใช้วิชาเข้าฝัน ดึงตนเองและคนที่นอนอยู่ข้างๆ อีกสองคนเข้าไปในความฝันของฉงชิงเอ๋อร์พร้อมกัน
“นี่คือโลกแห่งความฝันสินะ? รู้สึกแปลกใหม่จริงๆ” เมิ่งจิ่งโจวเข้าฝันแบบรู้ตัวเป็นครั้งแรก มีความรู้สึกเลือนรางคล้ายอยู่ในม่านหมอกลู่หยางก็รู้สึกสนใจเช่นกัน พวกเขาอยู่ในสวนดอกท้อ ดอกท้อร่วงหล่นฟุ้งกระจาย ราวกับหิมะสีชมพู“นั่นคือโยมหญิง” ซื่อฉันชี้ไปที่ศาลาเล็กไม่ไกลนัก ศาลาเล