สวดวิญญำณจำกอำตมำ”ซื่อฉันหยิบธงใหญ่ออกมำอีกครั้ง ชี้ไปที่ค ำว่ำ “สวดวิญญำณ”บนธง เพื่อแสดงว่ำเขำไม่ได้โกหกลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวพยำยำมท ำหน้ำขรึมเคร่ง เหมือนเป็นองครักษ์ซ้ำยขวำของซื่อฉันจงชิงอี้: “……”
“อำตมำไม่เก่งเรื่องกำรพูด ไม่เหมือนท่ำนเต๋ำปู้อวี่ ยำกที่จะแนะน ำได้ส ำเร็จ แต่อำตมำมียำอดอำหำร สำมำรถบังคับให้คุณหนูกินได้”“หำกคุณหนูไม่ยอม อำตมำก็จะโยนคุณหนูออกจำกคฤหำสน์ไปที่ถนนใหญ่ ตอนนั้นไม่มีใครห่วงควำมปลอดภัยของคุณหนู ไม่มีญำติพี่น้องคอยพึ่งพำ คุณหนูก็คงจะยอมกินอำหำรเอง”จงชิงอี้ยิ่งฟังหน้ำยิ่งซีดจงหมิงก็ตกใจไม่น้อย พระคุณเจ้ำดูอ่อนโยน แต่วิธีกำรไม่อ่อนโยนเลยจงชิงอี้ถูกซื่อฉันขู่จนน ้ำตำคลอ บิดำพำพระหรือนักเลงมำกันแน่“ข้ำ… ข้ำจะกิน”นำงเพียงแค่ท ำโวยวำยขู่บิดำ ไม่ได้ตั้งใจจะอดตำยจริงๆ“ข้ำขอกินเนื้อย่ำงจำกร้ำน ‘มำอีกครั้ง’ ได้ไหม”“ไม่ได้ คุณหนูไม่ได้กินอำหำรมำสำมวัน กำรกินเนื้อย่ำงทันทีอำจเป็นอันตรำยถึงชีวิต คุณหนูควรกินอำหำรอ่อนๆ เช่นข้ำวต้ม”ซื่อฉันหันไปบอกจงหมิง “ขอรบกวนโยมท ำข้ำวต้มสักหน่อย”จงหมิงแปลกใจ ไม่คิดว่ำลูกสำวจะยอมกินอำหำรเร็วขนำดนี้ จึงดีใจมำก รีบออกไปท ำข้ำวต้มด้วยตนเองไม่นำน จงชิงอี้ก็กินข้ำวต้มจำกชำมทีละช้อนเล็กๆ
“ขอบคุณพระคุณเจ้ำมำก ไม่ทรำบว่ำควรถวำยเงินท ำบุญเท่ำไรจึงจะเหมำะสม”ซื่อฉันส่ำยหน้ำ “พวกเรำยังไปไม่ได้ ลูกสำวของท่ำนถูกวิญญำณร้ำยจริงๆ ร่ำงกำยของนำงมีคลื่นพ