คือเขาต้องตายก่อน ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์เลยสักอย่างลู่หยางใจสั่น จู่ๆ ก็ถาม “ขอถามฉายาของพระคุณเจ้า”พระภิกษุผู้สุภาพตอบตามตรง “อาตมาคือซื่อฉัน”“ศิษย์พี่ซื่อฉัน?”ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวอุทานพร้อมกัน ไม่คิดว่าจะได้พบศิษย์พี่จากวัดเสวียนคงที่นี่ซื่อฉันได้ยินน ้าเสียงคุ้นเคยของทั้งสอง รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งในบรรดาคนที่เขารู้จัก ดูเหมือนไม่มีใครขายเลือดเพิ่มพลังหยางทั้งสามคนถอดชุดดำพร้อมกัน เผยโฉมหน้าที่แท้จริง
ซื่อฉันมีใบหน้าหล่อเหลา จีวรสะอาดเรียบร้อย สีหน้าเรียบเฉยมุมปากแฝงรอยยิ้มที่ดูเหมือนเห็นผ่านความเป็นไปของโลก ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นพระภิกษุผู้สำเร็จธรรมชั้นสูงแม้พวกเขาจะไม่เคยพบกันอย่างเป็นทางการ แต่ก็เคยเห็นภาพวาดของกันและกัน“ท่านคือลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวใช่หรือไม่” ซื่อฉันเห็นทั้งสองคนแล้วดีใจจนออกนอกหน้า ระดับเสียงสูงขึ้นสองระดับ สีหน้าเรียบเฉยก็ละลายไปบ้างเมื่อครึ่งปีก่อน เขาไปเยือนสำนักเวิ่นเต๋า จุดประสงค์หลักก็เพื่อหาสองคนนี้เพื่อเรียนรู้หมัดอรหันต์ของลู่หยางและหมัดสาปโสดเพียงแต่โชคไม่ดี พวกเขาไม่อยู่“ไม่คิดว่าจะได้พบสองศิษย์พี่ที่นี่ ช่างเป็นวาสนาจริงๆ”ลู่หยางก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน ในงานฉลองแคว้นชิง ศิษย์เด่นจากห้าสำนักเซียนมีเพียงซื่อฉันที่ไม่ได้มา เพราะไปโรงฆ่าสัตว์ ส่วนในรอบชิงชนะเลิศขั้นแก่นทอง เนื่องจากพระเจี๋ยซากำลังฝึกความเงียบ จึงไม่ได้แจ้งให้ซื่อฉันทราบ“หากข