มุขลัทธิสวรรค์สำมำรถต่อสู้เสมอกับอวี้จือที่น่ำจะอยู่ในขั้นข้ำมพิบัติระดับปลำย นั่นหมำยควำมว่ำนำงก็อยู่ในขั้นข้ำมพิบัติระดับปลำยเช่นกัน!“ข้ำ… ข้ำขอตัวแทนลัทธิจิ่วอิ่วต้อนรับทุกท่ำนจำกลัทธิสวรรค์”มู่ไป๋อี้พยำยำมท ำตัวสงบ แต่พูดติดขัดสถำนที่นี้ถือเป็นอำณำเขตของลัทธิจิ่วอิ่ว เขำจึงต้องเป็นเจ้ำภำพ“ไม่ทรำบว่ำรองประมุขลู่ได้แนะน ำข้ำให้ท่ำนทั้งสองรู้จักหรือไม่ข้ำชื่อมู่ไป๋อี้ เป็นประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว”“และนี่คือท่ำนฉีตงฟำง ประมุขลัทธิเย่ำหยำง”
“ยะ… ยินดีที่ได้พบท่ำนทั้งหลำย” ประมุขลัทธิเย่ำหยำงก็ถูกกำรปรำกฏตัวของทั้งสองผู้มำเยือนกระทบจิตใจ เปลือกตำกระตุกพยำยำมระงับอำรมณ์“ข้ำชื่อเจียงเหลียนอี๋ ท่ำนคงเคยพบข้ำมำแล้ว” เจียงเหลียนอี๋ทักทำยอย่ำงเกียจคร้ำน“พบแล้ว ท่ำนเจียง” ประมุขทั้งสองลัทธิพูดพร้อมกัน“ข้ำชื่ออวี้เมิ่งเมิ่ง ท่ำนทั้งสองเรียกข้ำว่ำประมุขอวี้ก็พอ”“ขอพบท่ำนประมุขอวี้”ศิษย์พี่ใหญ่แปลงกำยได้เหนือกว่ำศิษย์ทั้งเก้ำแห่งส ำนักเวิ่นเต๋ำมำกนัก ไม่มีใครมองออกได้นำงพูดด้วยเสียงเย็นชำ แฝงควำมหมำงเมินโลกียะและมองโลกจำกที่สูง:“ลู่น้อยบอกข้ำว่ำ มีผู้น ำสองท่ำนต้องกำรพบเขำ เขำคิดว่ำตนเองเป็นเพียงรองประมุข ไม่มีคุณสมบัติต้อนรับผู้น ำระดับสูง ท่ำนทั้งสองต้องกำรพบลู่น้อยเพื่ออะไร?”ประมุขลัทธิเย่ำหยำงยิ้มประจบ: “ได้ยินชื่อเสียงลัทธิสวรรค์มำนำน ผู้มีควำมสำมำรถมำกมำย รำกฐำนแข็งแกร่ง จึงอยำกพบสักครั้ง ท ำ