องเดือนที่ผ่านมาล้วนอยู่ในการฝึกบำเพ็ญเพื่อทะลวงขั้น ไม่รู้ว่าโลกภายนอกพลิกผันถึงเพียงนี้“ตระ-ตระ-ตระกูล……หงส์?”หม่านกู่ริมฝีปากสั่น เหมือนเห็นผี พูดไม่ชัดเจนลู่หยางตบไหล่หม่านกู่ ให้เขาใจเย็นๆ ดันเขาเข้าไปในร้านเนื้อย่าง กดให้นั่งลงบนเก้าอี้ หม่านกู่ค่อยๆซดดื่มน ้าชาสองกาใหญ่ จึงค่อยๆ สงบลงบ้างอาจารย์หลิวเห็นลู่หยางมา ทั้งบูชาเหมือนบรรพบุรุษ ทั้งส่งข่าวให้ประมุขและเซียนอมตะชาย ให้รีบมา
“ดูเหมือนศิษย์น้องหม่านจะบำเพ็ญอย่างจริงจังมาก ปลีกตัวออกจากโลกภายนอกจนหมดการติดต่อ ช่วงนี้โลกภายนอกเกิดเรื่องใหญ่มากมาย……”ลู่หยางยิ้ม เล่าประสบการณ์ในเขตปีศาจให้ฟังอย่างเป็นระเบียบหม่านกู่มองลู่หยางด้วยความเคารพ นี่คือแบบอย่างของเขาแม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังรู้สึกว่าทะเลแห่งความรู้ไร้ขอบเขต สิ่งที่พี่น้องทั้งสองสอนนั้น แม้เขาจะใช้ชีวิตทั้งชีวิต ก็ยากที่จะเข้าถึงระดับของพวกเขายิ่งเรียนยิ่งต้องเรียนต่อ“รองเจ้าสำนัก ท่านมาหรือ?” เซียนอมตะชายและประมุขรีบร้อนมาจากฟาร์มเลี้ยงสัตว์“มิทราบว่าผู้ที่อยู่ข้างท่านคือบรรพบุรุษตระกูลหงส์เจียงผู้อาวุโสหรือ?” ประมุขเหลือบมองสตรีที่นั่งเงียบๆ ข้างลู่หยาง ระมัดระวังถามเขาแม้จะทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์และร้านย่างเนื้อเป็นเวลานานแต่ก็ไม่ลืมตำแหน่งประมุขดั้งเดิม รวบรวมและจัดระเบียบข่าวสารเป็นสิ่งที่เขาถนัดในตอนเป็นประมุขเช่น เมื่อเร็วๆ นี้เขาเก็บข่าวสารว่าสมาคมร้านอาหารทั