ี่แหละ” เซียนอมตะยืดอกอย่ำงเปิดเผย โผล่ออกมำจำกร่ำงของลู่หยำง ถึงอย่ำงไรโจวเทียนก็ถูกลงตรำนำยบ่ำวแล้ว จะไม่เปิดเผยตัวตนของนำงแน่นอนโจวเทียนเห็นเซียนอมตะ ขนลุกซู่ทันที คิดว่ำตนเองเห็นภำพหลอน กระโดดขึ้นทันที แม้แต่เสียงก็ควบคุมไม่ได้“เซียน!!!”เขำผ่ำนยุคเซียนทั้งสี่ปกครองโลก เคยฟังเซียนบรรยำยอยู่บ่อยครั้ง จึงคุ้นเคยกับเซียนยิ่งนัก
พลังมหำศำลที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง นี่ย่อมเป็นเซียนอย่ำงไม่ต้องสงสัย!ร่ำงของรองประมุขลู่ดันซ่อนเซียนเอำไว้ด้วย!นึกถึงเรื่องสวรรค์ยุคโบรำณ บำงทีเซียนผู้นี้อำจเป็นเทพถั่วประมุขแห่งสวรรค์ เซียนคนที่ห้ำในยุคโบรำณกระมัง?เมื่อคิดไปว่ำเหตุใดรองประมุขลู่จึงไม่ถูกควบคุม แต่เดิมเขำคิดว่ำเป็นเพรำะเจียงเหลียนอี๋สกัดไว้ แต่บัดนี้ดูเหมือนเป็นเซียนผู้นี้ที่ช่วยไว้มำกกว่ำโจวเทียนพลันพบว่ำ แม้ตนจะเป็นมำรยุคโบรำณ แต่กลับรู้เรื่องยุคโบรำณน้อยเกินไป เหมือนกบในบ่อที่มองไม่เห็นท้องทะเล สิ่งที่เขำรู้ล้วนเป็นเพียงผิวเผิน“เอำเถอะ ดูเหมือนนี่ก็เป็นอีกคนที่ไม่รู้จักข้ำ” เซียนอมตะเบ้ปำกไม่แปลกใจนัก เจียงเหลียนอี๋ยังมีควำมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนำง เป็นกึ่งเซียนที่มีพลังอันน่ำเกรงขำม แต่กลับจ ำนำงไม่ได้ ด้วยโจวเทียนคนเช่นนี้ ยิ่งย่อมจ ำนำงไม่ได้โจวเทียนรีบน ำบัลลังก์ที่สี่มำให้เซียนอมตะนั่ง มีสำยตำอันแหลมคมทั้งสี่นั่งรวมกันเป็นวงกลม บรรยำกำศเหมือนกำรพูดคุยของชำวบ้ำนในชนบทยิ่งนัก
“เล่ำมำซิ เหตุใด