เจ้ำถึงคิดจะหลับใหล และเลือกที่จะฟื้นคืนชีพในเวลำนี้?”“เรื่องนี้ต้องเล่ำย้อนถึงกำรต่อสู้สะท้ำนฟ้ำสะเทือนดินของเซียนทั้งสี่ยุคโบรำณ เพียงแต่ไม่เคยรู้ว่ำศัตรูของพวกเขำคือผู้ใด…”โจวเทียนเล่ำไปเล่ำมำ สำยตำที่มองไปยังเซียนอมตะนั้นเริ่มผิดปกติ ยิ่งหวำดกลัวกว่ำเมื่อครู่เสียอีกประมุขแห่งสวรรค์ เซียนล ำดับที่ห้ำที่ซ่อนตัว ศัตรูของเซียนทั้งสี่แห่งยุคโบรำณ บำงทีศัตรูของเซียนทั้งสี่ในครั้งนั้นอำจเป็นผู้ทรงอ ำนำจท่ำนนี้ก็ได้เซียนอมตะเบิกตำโพลง: “อย่ำมองข้ำสิ พูดต่อไป”“อ่ำ อืม” โจวเทียนรีบสงบใจที่หวำดผวำ รู้สึกเหมือนเดินเลียบเส้นควำมตำยมำหนึ่งรอบเซียนฉี่หลินฆ่ำเขำได้อย่ำงง่ำยดำย ประมุขแห่งสวรรค์ท่ำนนี้ที่สำมำรถปะทะกับเซียนทั้งสี่ยุคโบรำณได้ พลังของนำงย่อมอยู่เหนือเซียนฉี่หลินหำกแต่เนิ่นเป็นนำงที่ลงมือบนแท่นฟ้ำ…โจวเทียนสะท้ำนเยือกเย็นเห็นว่ำท่ำนรองประมุขลู่ สนิทสนมกับประมุขแห่งสวรรค์ หำกเอำใจท่ำนรองประมุขลู่ได้ ย่อมเท่ำกับเอำใจประมุขแห่งสวรรค์ทำงอ้อม
โจวเทียนพูดต่อ: “ท่ำนเจียงคงเคยเห็นกำรต่อสู้ครั้งนั้นเช่นกันใช่หรือไม่? นั่นคือขั้นที่กึ่งเซียนเช่นพวกเรำไม่อำจไปถึงได้ ห่ำงกันเหมือนห้วงเหวอันไม่อำจก้ำวข้ำม ท ำให้ผู้คนรู้สึกสิ้นหวัง…”เจียงเหลียนอี๋แก้ไข: “ข้ำไม่สิ้นหวัง”“…ท ำให้ข้ำรู้สึกสิ้นหวัง”“ข้ำคิดในตอนนั้นว่ำ ในโลกนี้ไม่มีอะไรด ำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ เซียนทั้งสี่ยุคโบรำณไม่อำจปกครองโลกตลอดไป หำก