”ลู่หยางนึกออกแล้ว ตอนที่เขาและเมิ่งเฒ่าสอบเข้าสำนัก เมิ่งเฒ่าก็นำวัตถุวิเศษที่เติมพลังวิเศษไว้แล้วหลายชิ้นมาด้วย ล้วนนำมาจากบ้าน“เมื่อถึงขั้นฝึกความว่างเปล่า ลองใช้วิธีนี้ปกป้องตัวเองดู”แม้กระนั้น ลู่หยางก็ยังคิดว่าศิษย์พี่คนที่สามใจกล้าเหลือเกิน ผู้บำเพ็ญในขั้นฝึกความว่างเปล่าล้วนเลือกเข้าภวังค์ อยู่อย่างสันโดษบำเพ็ญในโลกมนุษย์ สอบข้าราชการ หรือแม้กระทั่งเข้าคุก…กล่าวคือทำอย่างไรปลอดภัยก็ทำอย่างนั้นไม่เหมือนศิษย์พี่คนที่สาม ที่เข้ามาเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในเขตปีศาจอันตราย ยังมีแรงพาพวกเขาลงสุสานเก่าอีกลู่หยางเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับขั้นฝึกความว่างเปล่าบ้าง เขาได้ยินมาว่าท่านเต๋าปู้อวี่มักผ่านช่วงอ่อนแอของขั้นฝึกความว่างเปล่าในคุกใหญ่ส่วนผู้อาวุโสมีใครบ้างที่อยู่ในสำนักอย่างเงียบๆ ไม่ออกไปข้างนอก?หลายศิษย์พี่ศิษย์น้องเลือกที่จะปลอมตัวเป็นคนธรรมดา กินนอนกับคนธรรมดา พอเจอเรื่องอันตรายจึงแสดงวิทยายุทธ์ออกมาอวดโอ่
วิธีการล้วนแตกต่างกันไป“เซียน เมื่ออยู่ในขั้นฝึกความว่างเปล่า ท่านทำอย่างไร?”ลู่หยางสงสัยยากที่จะจินตนาการว่าตามนิสัยของเซียนอมตะจะเข้าภวังค์อยู่อย่างสันโดษยุคโบราณสถานการณ์วุ่นวาย เข้าคุกหรือปลอมตัวเป็นคนธรรมดาคงเป็นไปไม่ได้“ง่ายนิดเดียว สร้างร่างแยก วิทยายุทธ์ข้าขึ้นลงไม่แน่นอน ร่างแยกก็ขึ้นลงไม่แน่นอน จากความน่าจะเป็น ข้ากับร่างแยกคงไม่มีทางตกต ่าพร้อมกัน ต้องมีอย่างน้อยหน