เมื่อเห็นว่าเหมียวฉางอันทำท่าจะระเบิดโทสะออกมาอีกครา เฟิงหานก็ใจหายวาบ รีบถอยกรูดไปหลบอยู่ด้านหลังชายชราร่างกำยำทันที
ฝ่ายชายชราร่างกำยำนั้นมิได้เอ่ยวาจาใด เพียงยืนกอดอกจ้องมองเหมียวฉางอันด้วยสายตาเรียบนิ่งทว่ากดดัน
เหมียวฉางอันขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด แต่สุดท้ายนางก็จำต้องข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ไม่ได้ลงมือบุ่มบ่าม
ชายชราร่างยักษ์ตรงหน้า แผ่กลิ่นอายอันตรายบางอย่างที่ทำให้นางรู้สึกหวาดหวั่น
เพียงแค่การปะทะกันทางจิตเมื่อครู่ ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี
เมื่อเผชิญหน้ากับการหยามเกียรติของเฟิงหาน เหมียวฉางอันจำต้องกล้ำกลืนความอัปยศ หากเป็นเรื่องส่วนตัว นางคงบุกไปล้างอายที่ตระกูลเฟิงให้รู้แล้วรู้รอด
ทว่าเบื้องหลังของนางยังมีคนในสำนักเหมียวอินอีกนับพันชีวิต นางไม่อาจนำความอยู่รอดของสำนักมาเสี่ยงกับความวู่วามชั่วแล่น
แต่สิ่งที่ทำให้เหมียวฉางอันเคลือบแคลงใจคือ เหตุใดนางจึงสัมผัสได้ถึงอันตรายจากชายชราร่างยักษ์ผู้นี้
ทว่ากับเย่หนานที่มีพลังเหนือชั้นกว่ามาก นางกลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใด ๆ เลย
หากนางสัมผัสได้ตั้งแต่แรก คงไม่กล้าลงมือกับเย่หนานอย่างบ้าบิ่นเช่นนั้นแน่