“ท่านเจ้าเผ่าจิ่น ท่านรู้จักพวกเราพี่น้องร่วมสำนักสองคนหรือ?”ลู่หยางระมัดระวังถามออกไป เจ้าเผ่าจิ่นไม่เพียงร่างกายใหญ่โต การที่ได้เป็นหัวหน้าเผ่าฉงฉี ย่อมต้องเป็นบุคคลที่โหดเหี้ยมเป็นที่สุดเขาและเมิ่งจิ่งโจวคิดมาก่อนออกเดินทางว่าคนในเขตปีศาจจะจำหน้าพวกเขาได้หรือไม่ ข้อสรุปคือคนในเขตปีศาจอย่างมากก็รู้จักแค่ชื่อ ไม่เคยเห็นหน้าเมื่อดูท่าทีของเจ้าเผ่าจิ่น ข้อสรุปก่อนหน้านี้ช่างด่วนสรุปเกินไป!เจ้าเผ่าจิ่นมองลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวด้วยรอยยิ้มกึ่งเย้ยหยัน“ปกติแล้วข้าไม่สนใจว่าอัจฉริยะขั้นแก่นทองคำจะมีตัวตนอยู่ที่ใด ก่อนที่พวกเขาจะเติบโตขึ้นมา ล้วนแต่เป็นการคุยโว แต่เจ้าลู่หยางกลับไม่เหมือนกัน”“ข้ามีอะไรแตกต่างหรือ?”ลู่หยางอดไม่ได้ที่จะยิ้มที่มุมปาก นึกในใจว่าพรสวรรค์ตนที่หาได้ยากในหนึ่งหมื่นปีทำให้ท่านเจ้าเผ่าจิ่นสนใจแล้วหรือ?“เจ้าเป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่”ลู่หยาง: “……”
“เมื่อรู้ว่าผู้ชนะเป็นศิษย์ของท่านเต๋าปู้อวี่ ข้าก็สั่งคนไปหาภาพวาดมา”“ส่วนเมิ่งจิ่งโจว เจ้าเป็นลูกเจ้าตระกูลเมิ่ง ข้าก็ให้คนหาภาพวาดของเจ้าเช่นกัน”“ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าสองคนจะอยู่กับนางแห่งเสียงมาร พวกเจ้ามีความสัมพันธ์อะไรกัน?” ท่านเจ้าเผ่าจิ่นหรี่ตามองสำรวจทั้งสามคนนางแห่งเสียงมารชอบขุดหลุมฝังตัวเอง ชอบกวาดล้างปีศาจ ทำให้มีศัตรูมากมาย แต่นางก็มีวิทยายุทธ์ล ้าเลิศ ไม่มีใครจับตัวนางได้นางแห่งเสียงมารมีที่มาอันลึกลับ ไม่มี