ปราบมารครั้งนั้นพี่ใหญ่โยนพวกเขามาที่นี่อุตสาหกรรมวิกผมที่เคยรุ่งเรืองที่ด่านปราบมารเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่มีลู่หยางมาวุ่นวาย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิกผมแล้วยาไล่ยุงทั้งสองก็ไม่ต้องการแล้ว พลังขั้นแก่นทองคำปล่อยออกมา แมลงและยุงไม่กล้าเข้าใกล้ระหว่างด่านปราบมารกับเขตปีศาจคือป่าลึก ลู่หยางก็เคยบรรลุขั้นแก่นทองคำในป่าลึกนี้เอง“แต่ก่อนสัตว์วิเศษขั้นแก่นทองคำพวกนี้คุกคามพวกเราไม่น้อยพอเจอขั้นทารกแรกกำเนิดยังต้องวิ่งหนี แต่ตอนนี้ดูแล้ว ก็แค่สัตว์เล็กน้อย” สองผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองคำระดับแปดเดินคุยกันอย่างสบายใจในป่าลึกต้นไม้สูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ ในพุ่มไม้มืดมิดมีดวงตาสีเขียวเรืองแสงจับจ้องทั้งสอง ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภและกระหายเลือดกลิ่นอายฆาตกรรมแผ่ซ่านแต่หลังจากที่สองผู้อาวุโสโบราณสังหารสัตว์วิเศษขั้นทารกแรกกำเนิดตัวหนึ่งด้วยมือเปล่า สัตว์วิเศษที่ซ่อนตัวอยู่ก็ถอยร่นไปอย่างรู้ความยากง่าย เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้แต่เมื่อพวกเขาเข้าสู่อาณาเขตของสัตว์วิเศษขั้นทารกแรกกำเนิด พวกมันที่มีอาณาเขตอันแข็งแกร่งก็ไม่กล้าโผล่หน้าออกมาทำเป็นไม่เห็นทั้งสอง แอบภาวนาว่าอย่าให้เกิดเรื่องพวกที่บำเพ็ญจนถึงขั้นทารกแรกกำเนิดล้วนไม่ใช่คนโง่ พวกมันเข้าใจฐานะของตนเองดี เป็นเพียงสัตว์วิเศษเลือดผสม พลังไม่ได้โดดเด่น แต่สองคนตรงหน้ามีพลังเทียบเท่าอัจฉริยะชั้นยอดของตระกูลปีศาจ พวกมันจะกล้ารังควานได้อย่างไรป่าลึก