แย้มของซวี่โหย่วอย่างสงสัย พยายามแยกแยะความจริงเท็จจากคำพูดของเขา“จริงหรือ?”“จริง”เมิ่งจิ่งโจวดีใจยิ่งนัก “เรื่องที่ข้าจงใจจัดฉากให้พ่อกับลุงเล็กของข้าทุ่มทองพันชั่งแข่งกันในหอนางโลม แย่งชิงนางโลมอันดับหนึ่ง จนสุดท้ายความขัดแย้งรุนแรงขึ้น ทั้งสองฝ่ายเปิดม่านพบกันอย่างกระอักกระอ่วน พ่อรู้แล้วให้อภัยข้าแล้วหรือ?”“เรื่องที่ข้าตีหลานชายของท่านขุนนางหลี่ ลูกชายของท่านขุนนางกุง และองค์ชายน้อย ซึ่งข้าคิดว่าทำได้รอบคอบ แต่ก็ยังถูกพ่อรู้เข้า แล้วพ่อก็ให้อภัยข้าแล้วหรือ?”“เรื่องที่พ่อต้องการรับอนุภรรยา ข้านำเรื่องนี้ไปบอกแม่ ทำให้ท่านตามาตีพ่อกลางดึก พ่อตรวจสอบจนรู้ว่าเป็นฝีมือข้า และก็ให้อภัยข้าในเรื่องนี้ด้วยหรือ?”“ยังมีอีก……”ผู้จัดการสู่ยิ่งฟังยิ่งตกใจ ตอนมา ท่านพ่อบอกเพียงสองสามเรื่องที่เหลือไม่ได้เอ่ยถึงเลย
เขากระแอมสองครั้ง ก้มหน้าพูดต่อ “คุณชายใหญ่ท่านไม่จำเป็นต้องรีบกลับบ้านนัก ท่านพ่อยุ่งกับราชการมาก อาจไม่มีเวลาพบท่าน ท่านค่อยกลับตามวันที่เหมาะสมก็ได้”“ข้ามาครั้งนี้ จุดประสงค์หลักคือเรื่องอื่น”“เรื่องอะไร?”ผู้จัดการสู่ยิ้มแย้ม เสียงเบาลงทั้งเย็นชา “ได้ยินว่าท่านสนิทสนมกับลู่หยางอัจฉริยะลู่ ท่านพ่อของท่านบอกว่าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์ล ้าเลิศ อนาคตต้องยิ่งใหญ่แน่ บางทีอาจเป็นประโยชน์แก่ตระกูลเมิ่งของเรา……”