อะไรเกิดขึ้นได้?”ไต้ปู้ฟาน “……”พระเจี๋ยเฉินโบกมือ เรียกให้ซื่อฉันเข้ามา“ขอบคุณศิษย์หลานไต้ที่ดูแลในเดือนนี้” พระเจี๋ยเฉินก้มศีรษะขอบคุณ“อาจารย์ลุงเกรงใจแล้ว” ไต้ปู้ฟานคารวะตอบ……ผู้คนจากวัดเสวียนคงพาซื่อฉันกลับ ระหว่างทาง ซื่อฉันก้มหน้าตลอด รู้สึกหดหู่ยิ่งนักดูเหมือนจากนี้คงไม่ได้ไปทำงานที่โรงฆ่าสัตว์อีกแล้ว
“ซื่อฉัน ที่สำนักเวิ่นเต๋าได้อะไรมาบ้าง?” พระเจี๋ยเฉินถามด้วยมิตรไมตรี เจี๋ยเฉินแปลว่า ‘ละความโกรธ’ เขาจึงมักมีรอยยิ้มอยู่เสมอ“ได้มากขอรับ สำนักเวิ่นเต๋าเต็มไปด้วยปราชญ์ ข้าพบคนมากมายที่มีแนวคิดตรงกับข้า!”“แต่สำคัญที่สุดคือข้าได้ยืนยันว่าอาจารย์พูดไม่ผิด ศิษย์คนโตของท่านเต๋าปู้อวี่ยากจะเอาชนะจริงๆ”“แน่นอน อาจารย์เจ้าไม่มีทางโกหกหรอก ศิษย์คนโตของท่านเต๋าปู้อวี่ยากจะเอาชนะจริงๆ… เดี๋ยวก่อน เจ้าพูดอะไรนะ?” พระเจี๋ยเฉินพลันตระหนักว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เจ้าหมอนี่รู้ได้อย่างไรว่าอวี้จือยากจะเอาชนะ?“อาจารย์ไม่ได้บอกหรือว่าศิษย์คนโตของท่านเต๋าปู้อวี่เก่งมากอย่าไปหาเรื่อง ข้าคิดว่าเรียนรู้จากตำราอาจไม่เห็นภาพ ต้องลงมือปฏิบัติจึงจะรู้แจ้ง ข้าเลยไปที่ยอดเขาเทียนเพื่อท้าทายท่านอวี้จือ และข้าสู้ไม่ได้จริงๆ” ซื่อฉันนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ร่างกายยังรู้สึกเจ็บ อดขนลุกไม่ได้ พี่ใหญ่อวี้จือแข็งแกร่งเหลือเกินพระเจี๋ยซาได้ยินศิษย์ที่ดีทำเช่นนี้ ร่างที่กำลังบินอยู่ก็สั่นไหวจนเกือบร่วงลงไปเขาอยาก