“เป็นเช่นนี้นี่เอง” ลู่หยางได้เรียนรู้ความรู้ใหม่ที่ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้อีกแล้ว“ผลของการบำเพ็ญที่มีกฎสวรรค์ใกล้เคียงกัน มีได้เพียงหนึ่งเดียว นั่นหมายความว่า หากมีท่านเซียนอยู่ ผลของการบำเพ็ญอย่างผลการบำเพ็ญอมตะ ผลการบำเพ็ญไม่ดับสูญ หรือผลการบำเพ็ญนิรันดร์ ล้วนแต่อยู่ในสภาวะของผลการบำเพ็ญเป็นเค้าเท่านั้น ไม่อาจกลายเป็นผลของการบำเพ็ญที่สมบูรณ์ได้ใช่หรือไม่?”“หากมีเซียนแห่งกาลเวลาอยู่ ผลของการบำเพ็ญที่เกี่ยวข้องกับเวลาก็จะมีเพียงหนึ่งเดียวเช่นกันหรือ?”“เป็นเช่นนั้นแหละ”ลู่หยางถึงเข้าใจในตอนนี้ ไม่แปลกเลยที่การเป็นเซียนต้องแข่งขันกัน นี่ก็เหมือนกับว่ามีผลของการบำเพ็ญหนึ่งเดียวครอบครองตำแหน่งปลายทางเอาไว้ ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการมุ่งหน้าไปสู่ปลายทางนั้น ใครมาก่อนได้ก่อน ผู้มาทีหลังที่ต้องการเป็นเซียนจำต้องหาปลายทางอื่นเนื่องด้วยความแข็งแกร่งของเซียน กึ่งเซียนไม่มีทางทำให้ผู้ที่อยู่เหนือกว่าต้องยอมจำนน ยากที่จะปราบเซียนให้สำเร็จ
“นึกถึงตอนที่ข้าเป็นกึ่งเซียนอยู่นั้น ยังมีกึ่งเซียนอีกสี่ห้าคนที่มีผลของการบำเพ็ญใกล้เคียงกับข้า เช่นผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าอมตะ ผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าไม่ดับสูญที่เจ้าเอ่ยถึงล้วนมีทั้งสิ้น”“พวกเขาเมื่อได้ยินว่าข้าอาจเป็นภัยคุกคาม ก็รวมพลพรรคมาพบข้า ช่างอหังการเสียนี่กระไร น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก”“เคราะห์ดีที่ข้ามิใช่พวกกินเจ จัดการกับพวกนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”ลู่