ด้เป็นเซียน แต่ในยามนั้นคำพูดของเซียนแห่งกาลเวลาดลใจให้ข้าเกิดความคิด ข้าจึงละทิ้งผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าดั้งเดิม เปลี่ยนทิศทางใหม่ หลอมรวมผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าแบบใหม่หมดจด ซึ่งก็คือผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าอมตะ จึงล่าช้าไปก้าวหนึ่ง ทำให้พวกเขาทั้งสี่แซงหน้าข้าไป”
ในยามที่ลู่หยางกำลังหมกมุ่นครุ่นคิด เสียงเย็นเยียบดุจน ้าแข็งของศิษย์พี่ใหญ่ก็ดังขึ้น ณ ข้างหู ทำเอาเขาสะดุ้งตกใจ เส้นประสาทสันหลังยังพลอยเย็นวาบไปด้วย“ท่านผู้อาวุโส ท่านกำลังคุยเรื่องผลของการบำเพ็ญกับศิษย์น้องเล็กอีกแล้วใช่หรือไม่?”ลู่หยางเพิ่งสังเกตเห็นว่าในขณะที่เขาสนทนากับเซียนอมตะนั้นเมิ่งจิ่งโจวและคนอื่นๆ ได้จากไปแล้ว ตอนนี้ที่นี่เหลือเพียงตัวเขาที่กำลังเหม่อลอยและศิษย์พี่ใหญ่เท่านั้นและศิษย์พี่ใหญ่กำลังจ้องเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนักเซียนอมตะรีบโบกมือปฏิเสธ ชี้นิ้วไปที่ลู่หยางพลางกล่าว “ไม่ใช่ข้าหรอก ลู่หยางเป็นคนถามข้าก่อนต่างหาก!”ไม่สนว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ ก็ต้องสลัดความรับผิดชอบให้หมดจดก่อนลู่หยางไหนเลยจะปล่อยให้เซียนอมตะใส่ร้ายตนได้ “ท่านเซียนเป็นคนเอ่ยกับข้าก่อน บอกว่าพอเห็นธาตุทั้งห้าก็นึกถึงว่าผลของการบำเพ็ญของเซียนจิ้วชงคืออะไร แล้วก็เริ่มเล่าให้ข้าฟัง!”ตระกูลเซียนอมตะเกิดความแตกแยกภายในศิษย์พี่ใหญ่ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “ผลของการบำเพ็ญของเซียนจิ้วชงคืออะไร?”
ความรู้เกี่ยวกับยุคโบราณของศิษย์พี่ใหญ่ล้วนมาจ