“แหวนเก็บของนี้มีลิ่นซือหนึ่งล้าน ถือเป็นเงินมัดจำ ท่านเถาเก็บไว้”รองประมุขสี่เจ็บปวดใจนัก เดิมตั้งใจว่าเงินหนึ่งล้านนี้จะซื้อสิทธิ์โฆษณา แต่ดันไปๆ มาๆ กลายเป็นแค่เงินมัดจำไปเสียได้“สี่ล้านที่เหลือข้าต้องกลับไประดมทุนจึงจะรวบรวมได้ครบ ขอให้ท่านเถารออีกครึ่งเดือน”“ภาพมายาโฆษณาหนึ่งนาทียังถ่ายทำไม่เสร็จ อีกครึ่งเดือนภาพมายาโฆษณาจะถูกส่งพร้อมลิ่นซืออีกสี่ล้านให้ท่านเถา”“นี่คือแผ่นไม้สำหรับติดต่อ” รองประมุขสี่ส่งแผ่นไม้ขนาดเท่าฝ่ามือให้เถาเหยาเยี่ย รองประมุขสี่เคยให้ลู่หยางไว้หนึ่งอันด้วย“เมื่อรวบรวมลิ่นซือครบ พวกเราจะใช้แผ่นไม้ติดต่อท่านเถา”ท่าทีของสือฮว่ากู๋ไม่อาจเรียกได้ว่าไม่เอาใจใส่ดังที่ลู่หยางเคยกล่าวไว้ เรื่องนี้เป็นลัทธิจิ่วอิ่วที่ขอเถาเหยาเยี่ยเถาเหยาเยี่ยเป็นฝ่ายได้เปรียบ“เอาล่ะ ข้ายังมีธุระ คงไม่รบกวนทั้งสามท่านแล้ว” สือฮว่ากู๋ลุกขึ้นช้าๆ ส่งสัญญาณให้หัวฮว่าเซิน ให้หัวฮว่าเซินส่งลู่หยางทั้งสามคน
หัวฮว่าเซินเข้าใจ หยิบยาหยอดตาออกจากแหวนเก็บของ ส่งให้สือฮว่ากู๋สือฮว่ากู๋: “……”“ข้าให้เจ้าส่งพวกเขา!”ถ้าไม่ใช่เพราะหัวฮว่าเซินมีพรสวรรค์สูง ให้เวลาก็อาจจะเป็นรองประมุขหรือแม้แต่ประมุข สือฮว่ากู๋คงฟาดฝ่ามือสังหารเจ้าทึ่มคนนี้ไปนานแล้ว!หัวฮว่าเซินคิดในใจว่าจะโทษข้าได้อย่างไร สายตาท่านผู้เฒ่ามีได้หลายความหมาย ใครจะอ่านออกหัวฮว่าเซินส่งทั้งสามคนออกไป เดินไปได้ประมาณสองลี้ ทั้งสามคนก็ได