“นี่ ลิ่นซือของท่าน” หลังจากออกจากสมาคมการค้า ลู่หยางส่งแหวนเก็บของที่ได้จากสมาคมให้คุณชายสกุลซ่งคุณชายสกุลซ่งตกใจใหญ่ เกือบทำแหวนเก็บของหล่นบนพื้น นี่มันหกล้านลิ่นซือเชียวนะ พูดจะให้ก็ให้เลยอย่างนั้นหรือ?“อย่า อย่า อย่า ข้าไม่กล้ารับลิ่นซือมากมายขนาดนี้หรอก หนึ่งหมื่น หนึ่งหมื่นก็พอแล้ว” คุณชายสกุลซ่งเป็นเพียงสามัญชน หากมีใครรู้ว่าเขามีลิ่นซือมากมายเช่นนี้ เขาไม่กล้าเดิมพันว่าการปกครองของแคว้นต้าเซี่ยจะข่มขู่คนพวกนี้ไว้ได้หรือไม่ไม่รับก็ไม่ค่อยดี ถ้าอย่างนั้นก็ขอรับแค่นิดเดียวลู่หยางเห็นคุณชายสกุลซ่งเป็นเช่นนี้ ก็เข้าใจว่าเขามีความกังวล จึงไม่บังคับ พาเขากลับเมืองหยวนเฮ่อหลังจากนั้นได้แบ่งให้ศิษย์น้องสองคนคนละสองแสนลู่หยางไม่ค่อยสนใจเรื่องลิ่นซือนัก หนึ่ง เขามีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ มีส่วนแบ่งจากร้านเนื้อย่าง เมื่อรวมสองอย่างนี้เข้าด้วยกันยกเว้นเมิ่งจิ่งโจวที่เป็นคนรวยที่อาศัยบารมีบรรพบุรุษ และเถาเหยาเยี่ยที่มีความคิดล ้ายุคแล้ว ในหมู่คนรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครรวยเท่าลู่หยาง
สอง เขาไม่ต้องการลิ่นซือวัตถุวิเศษ เขามีกระบี่ชิงเฟิงที่ศิษย์พี่ใหญ่มอบให้ รวมถึงกระบี่เมิ่งเยว่ที่เซียนฉี่หลินเคยใช้วัตถุดีเลิศและแผ่นดินงดงามที่ใช้ในการบำเพ็ญ สามารถไปแลกที่ตำหนักรับภารกิจได้ตลอดเวลา หรือไม่ก็ถอนขนตุ๊กตาโสมสักสองสามเส้นวิชายุทธ์ ในหอคัมภีร์มีทั้งหมดนี่คือข้อดีของสำนักใหญ่ ทรัพยากรในการบำเพ็ญมีเห