ลือเฟือแค่ตั้งใจบำเพ็ญก็พอการตั้งตำหนักรับภารกิจไม่ใช่เพื่อให้ศิษย์วุ่นวายกับการทำภารกิจ แต่เพื่อให้พวกเขาได้ลงเขาท่องเที่ยว ลงโทษคนชั่วยกย่องคนดี อย่าบำเพ็ญไปเรื่อยๆ จนสูญเสียความรู้สึกสำนักเวิ่นเต๋าไม่เคยสนับสนุนแนวคิดไร้ความรู้สึกสูงส่งลู่หยางดูจากห้าเซียนยุคโบราณ คาดว่าไม่มีใครเป็นพวกไร้ความรู้สึกสูงส่ง โดยเฉพาะเซียนฉี่หลินกลุ่มที่สนับสนุนแนวคิดไร้ความรู้สึกสูงส่งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือลัทธิอู่ชิง“ข้าเคยเจอคนที่อ้างตัวว่าไร้ความรู้สึกสูงส่งสักสองสามคน พูดว่าใจจดจ่อกับวิถี ลงมือก็โหดเหี้ยมจริงๆ ฆ่าภรรยาเพื่อบรรลุธรรม
ฆ่าบุตรเพื่อบรรลุธรรม มีถึงสามคน ยังมีอีกสองคนเอาคนทั้งตระกูลมาหลอมเป็นวัตถุวิเศษ ไม่ปล่อยคนในครอบครัวสักคน และยังทำหน้าไร้อารมณ์ตลอดเวลา เจอใครก็เหมือนถูกหนี้ลิ่นซือ แต่ไม่เก่งสักเท่าไร ข้าจิตวิญญาณระเบิดทีเดียวก็ฆ่าพวกมันตายหมด”“ตามความเห็นของข้า พวกมันไม่ใช่พวกไร้ความรู้สึกสูงส่งที่แท้จริง”“แค่นี้ยังไม่นับว่าไร้ความรู้สึกสูงส่งอีกหรือ?” ลู่หยางงุนงง ทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่พอหรือ“แน่นอนว่าไม่นับ ไม่พูดถึงอย่างอื่น พวกมันกล้าไม่สวมเสื้อผ้าไหม?”“การไม่สวมเสื้อผ้าแสดงว่าพวกมันยังมีความละอาย มีความละอายแล้วจะนับเป็นไร้ความรู้สึกสูงส่งได้อย่างไร?”ลู่หยางคิดตาม ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆไม่คิดว่าเซียนอมตะที่ดูซื่อๆ น่ารัก หัวไม่ค่อยดี แต่กลับคิดอะไรได้ลึกซึ้งหลังจากออกจากเมืองห