ที่ไหน?”บนโต๊ะน ้าชามีเพียงแจกันกระเบื้องลายคราม ไม่มีถ้วยชาซ่งเหลียนเอ๋อร์ไม่น่าจะรอให้คุณชายสกุลซ่งดื่มหมดแล้วค่อยเอาถ้วยกลับซ่งเหลียนเอ๋อร์อ ้าอึ้ง พูดอะไรไม่ออก“น้องสาว เจ้ารีบพูดสิ!” ซ่งฉี่บุตรชายคนที่สามร้อนใจ จนเหงื่อผุดที่หน้าผากสุดท้ายซ่งเหลียนเอ๋อร์ตัดสินใจ “ผู้ดูแลบ้านบอกว่า ระหว่างพ่อกับลูกสาวไม่มีปมขัดแย้งใดที่คลี่คลายไม่ได้ ท่านสนับสนุนให้ข้าไปพูดเรื่องของโจวเกอกับพ่อ ข้าเอาชาไปให้พ่อเพราะอยากขอให้ท่านอนุญาตให้ข้ากับโจวเกอได้อยู่ด้วยกัน ท่านฟังแล้วโกรธ ขว้างถ้วยชาลงพื้น ผู้ดูแลบ้านเก็บถ้วยชาไป แล้วข้าก็กลับไปร้องไห้อยู่ในห้อง”
ซ่งเทียนมองผู้ดูแลบ้านด้วยสายตาขมวดคิ้ว แฝงความกล่าวหา“หากเป็นเช่นนั้น ผู้ดูแล เหตุใดท่านจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้? อีกอย่างท่านรู้ท่าทีของพ่อดี ไม่มีทางอนุญาตเรื่องของน้องสาวแน่นอน!”ผู้ดูแลบ้านสบตาซ่งเทียน รีบหลบอย่างร้อนรน“มองตาข้า! พูดมา เจ้าต้องการอะไรกันแน่!” ซ่งเทียนตวาดเมื่อเห็นทุกคนมองด้วยสายตาไม่ดี ผู้ดูแลบ้านรู้ว่าหนีไม่พ้น ได้แต่ถอนหายใจอย่างจำยอม “ที่จริงแล้ว หนุ่มที่คุณหนูรักเป็นบุตรนอกสมรสของข้า ข้าอยากให้พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าคุณท่านจะไม่ยินยอมเด็ดขาดเพียงนี้”ซ่งเหลียนเอ๋อร์มองผู้ดูแลบ้านเหมือนคนเหม่อลอย ไม่นึกว่าผู้ดูแลบ้านกับโจวเกอจะมีความสัมพันธ์เช่นนี้เช่นนั้น ที่ผู้ดูแลบ้านคอยพูดให้กำลังใจนาง ไม่ใช่เพื่อสนับสนุนให้นาง