“พอดีคนละหนึ่งชาม” เกี๊ยวน ้าชามที่สามเสร็จแล้ว ลู่หยางยิ้มกว้างดันชามไปตรงหน้าหลานถิงหลานถิงเหลือบมองเถาเหยาเยี่ยแวบหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ นั่งลงอย่างสงบเงียบ ท่วงท่านุ่มนวลราวกุลสตรีตระกูลใหญ่ จากนั้นใช้ตะเกียบคีบเกี๊ยวขึ้นมาหนึ่งชิ้นเมื่อเป็นเกี๊ยวน ้าที่ศิษย์พี่ลู่หยางเลือกมาให้ ร้านเล็กๆ ที่มีอาหารเป็นเอกลักษณ์กระมัง… ช่างรสชาติแย่เสียจริงหลานถิงมองชามเกี๊ยวน ้าตรงหน้าอย่างประหลาดใจ นี่เป็นเกี๊ยวน ้าที่แย่ที่สุดที่นางเคยกินที่จริงแล้ว เกี๊ยวน ้าชามนี้มีคุณภาพระดับล่างค่อนไปทางกลางยังไม่ถึงขั้นแย่ที่สุด แต่หลานถิงเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ สิ่งที่ได้กินล้วนเป็นอาหารเลิศรสของมนุษย์ หลังจากเข้าสำนักวังเซียนเยว่กุย แม้อาหารจะเรียบง่าย แต่รสชาติยังคงเป็นหนึ่งในวงการบำเพ็ญเซียนเกี๊ยวน ้าที่คนทั่วไปว่าทั่วๆ ไปค่อนไปทางแย่ นางย่อมกลืนลงคอได้ยากยิ่ง
เจ้าของร้านเห็นลู่หยางสั่งเกี๊ยวน ้าเพิ่มอีกชาม ก็ดีใจ ใครกันในเมืองหยวนเฮ่อไม่รู้ว่าเกี๊ยวน ้าร้านข้าไม่อร่อย หลอกเงินพวกคนต่างถิ่นนี่แหละ!เขาเปิดร้านเกี๊ยวน ้ามาเกือบสามสิบปี ลูกค้าล้วนเป็นคนต่างถิ่นทั้งนั้นลู่หยางโชคดี ในชามมีน ้าส้มสายชูเยอะ กลบรสชาติของเกี๊ยวน ้าได้หมดไม่ว่าอย่างไร สั่งเกี๊ยวน ้ามาแล้วก็ต้องกิน ทั้งสามคนก็กินเกี๊ยวน ้าสามชามจนหมดลู่หยางเช็ดปาก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามเรื่องสำคัญ “อ้อ ลืมถามน้องหลานถิงไปเลย เจ้ามาที่นี่ทำอะไรก