ัน ทำภารกิจเหมือนกันหรือ?”“ใช่ เป็นคุณชายสกุลซ่งที่ขอความช่วยเหลือจากสำนักวังเซียนเยว่กุย เขาบอกว่าบ้านเขามีภาพวาดประหลาดภาพหนึ่ง เผาไม่ไหม้ทิ้งไม่ได้ ฉีกไม่ขาด ยามดึกยังส่งเสียงน่าสยองออกมา อันตรายมาก”เถาเหยาเยี่ยรีบต่อ “ข้ากับศิษย์พี่ลู่ก็เช่นกัน ศิษย์พี่ลู่เป็นห่วงว่าข้าจะทำภารกิจไม่สำเร็จคนเดียว จึงมาด้วยกัน”ลู่หยางรู้สึกงุนงง ที่น้องเถาพูดไม่ผิด แต่รู้สึกแปลกๆ ยังไงชอบกล
“ดูเหมือนคุณชายสกุลซ่งจะขอความช่วยเหลือจากสำนักทั้งสองของพวกเราสินะ”นี่เป็นเรื่องที่พบเห็นได้บ่อย ผู้ขอความช่วยเหลือไม่แน่ใจว่าสำนักเซียนใดเชื่อถือได้ เพื่อความปลอดภัย พวกเขามักจะส่งภารกิจหาหลายสำนักเซียน ศิษย์ของห้าสำนักเซียนใหญ่จึงมักเจอกันระหว่างทำภารกิจเช่นเดียวกับท่านเต๋าปู้อวี่และหลัวหงเซียที่เคยพบกันระหว่างทำภารกิจเมื่อตอนยังหนุ่มสาว หลานถิงเคยได้ยินอาจารย์เล่า ทั้งสองคนไปขับผี พักที่โรงเตี๊ยมเดียวกันถึงสามวัน แต่ไม่อาจค้นหาว่าผีอยู่ที่ไหน สุดท้ายพบว่าผีอยู่ใต้เตียงของท่านเต๋าปู้อวี่นั่นเอง ตอนท่านเต๋าปู้อวี่นอนอยู่ ผีก็อยู่ใต้เตียงมองท่านผ่านแผ่นไม้จากนั้นท่านเต๋าปู้อวี่ก็บังคับให้ผีมาแบ่งจ่ายค่าโรงเตี๊ยมสามวันนั้นผีสวนกลับด้วยการอ้างกฎหมายแคว้นต้าเซี่ย บอกว่าตามกฎหมายแล้ว ตนไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ไม่ต้องจ่ายค่าที่พักท่านเต๋าปู้อวี่ก็อ้างกฎหมายแคว้นต้าเซี่ยเช่นกัน บอกว่าผีไม่มีสิทธิมนุษยชน ผู้บำเพ็ญเจอแล้วส