มาก“เมื่อเจ้าเติบโต พบปะผู้คนมากขึ้น สายใยโชคชะตาที่เจ้ามีกับโลกนี้ก็มากขึ้น”“เพื่อนเล่นในวัยเด็กของเจ้า พี่น้องและผู้อาวุโสที่พบหลังเข้าสำนักเวิ่นเต๋า เหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่มีสายใยโชคชะตาแน่นแฟ้นกับเจ้า”“บางผู้บำเพ็ญทำไมถึงเลือกบำเพ็ญหลีกหนีโลก ก็เพราะสายใยโชคชะตาในโลกมนุษย์มากเกินไป สายใยโชคชะตามากเกินไปไม่เอื้อต่อการบำเพ็ญ”“เมื่อทุกคนลืมตัวตนของเจ้า สายใยโชคชะตาระหว่างคนเหล่านั้นกับเจ้าก็ไม่มีอีกต่อไป นั่นก็คือสถานการณ์ที่ผู้นำสามกำลังเผชิญอยู่”
ก่อนหน้านี้ลู่หยางไม่ทันสังเกต เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ลู่หยางถึงเพิ่งตระหนักว่าเซียนอมตะชายตั้งแต่เกิดมา มีปฏิสัมพันธ์กับคนเพียงเท่านี้เซียนอมตะชายเกิดมา พบกับผู้นำระดับสูงของลัทธิอมตะหลังจากนั้นก็พบตัวเขา เซียนอมตะ และศิษย์พี่ใหญ่ ต่อมาก็มาที่สำนักเวิ่นเต๋า พบกับคนในตลาดและศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าเพียงตัดร่องรอยของการปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ ตัดสายใยโชคชะตาให้ทุกคนลืมหรือแทนที่ด้วยความทรงจำใหม่ คนผู้นี้ก็จะไม่มีการเชื่อมโยงกับโลกใบนี้อีกต่อไป“แน่นอนว่า เมื่อคำนึงถึงวิทยายุทธ์ของผู้นำสาม และการที่พวกเขาลืมเขาสิ้นเชิงขนาดนี้ เวทสายใยโชคชะตาที่ข้ารู้จักคงไม่สามารถทำได้ถึงระดับนี้ ไม่ก็เป็นเพราะยุคของเจ้านี้คิดค้นเวทสายใยโชคชะตาที่แข็งแกร่งกว่าขึ้นมา หรือไม่ก็มีคนบรรลุผลของการบำเพ็ญด้านสายใยโชคชะตา”ลู่หยางปล่อยให้เซียนอมตะอธิบายต่อไปเรื่อยๆ