เจ้าสำนักลู่และรองประมุขลู่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายหลังจบศึกสมน ้าสมเนื้อ เหล่าอัจฉริยะทั้งหลายพลันรู้สึกโล่งอก ราวกับได้ระบายความอัดอั้นในใจส่วนเหล่าผู้บำเพ็ญที่สลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาถูกบีบคั้นทั้งจากอัจฉริยะโบราณแห่งสวรรค์บรรพกาลเบื้องหน้า และอัจฉริยะร่วมยุคเบื้องหลัง ตกอยู่กลางระหว่างสองฝ่าย การแย่งชิงยุคทองคงไม่มีบทบาทให้พวกเขาแสดงแล้วบนอัฒจันทร์ ชิวจิ้นอันละสายตาจากการต่อสู้ ครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไป พลางถอนหายใจเบาๆ “คนรุ่นหลังช่างน่าเกรงขามจริงๆ”เจียงชุนสงสัย “ท่านหมายถึงเจ้าสำนักลู่ ที่อายุยังน้อยแต่มีพลังมากมายเช่นนั้นหรือ?”“ไม่ใช่ ข้าหมายถึงเขาหลอกคนเก่งยิ่งกว่าโจรเฒ่าปู้อวี่เสียอีก”“เมื่อครั้งโจรเฒ่าปู้อวี่มีอายุเท่าเขา วิชาลวงโลกยังเขียวอยู่มากแน่นอนว่าตอนนั้นข้าก็ยังเขียวมาก เลยถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า”“ลู่หยางไม่เหมือนกัน วิชาลวงโลกของเขาไร้ที่ติ เขาไม่ได้หลอกแค่คนสองคน แต่หลอกคนทั้งใต้หล้า”
เจียงชุน “……”เขารู้สึกโชคดีที่เกิดมาในยุคหลัง ไม่ได้อยู่ร่วมสมัยกับท่านเต๋าปู้อวี่ ไม่เช่นนั้นจะน่าเศร้าสักเพียงใด?“แต่ลู่หยางเด็กคนนี้มีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง เขาหลอกคนแต่หลอกคนนอก ไม่ทำร้ายพวกพ้อง”“ข้าต้องให้ไป๋หมิงคบหากับลู่หยางให้มากกว่านี้ ไป๋หมิงเด็กคนนี้พรสวรรค์ก็พอใช้ได้ สมองก็ยังฉลาดอยู่ แต่เมื่อเทียบกับลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวแล้ว ยังด้อยก