่รู้จักผิดชอบชั่วดีเสียจริง แม้ไม่แสดงความโกรธแต่ก็แผ่บารมีน่าเกรงขามโม่เวิ่นหลี่สะท้านไปทั้งร่าง ตกใจกับท่าทีของซู่ม่อเขารู้สึกเหมือนเห็นเงาของอาจารย์ในตัวซู่ม่อ“หวังว่าท่านจะมีวิธีที่ดี” โม่เวิ่นหลี่จำใจยอมรับคำสั่งของซู่ม่อด้วยความไม่เต็มใจซู่ม่อเห็นโม่เวิ่นหลี่รู้จักกาลเทศะ สีหน้าจึงผ่อนคลายลงบ้าง ส่งเสียงสื่อจิตว่า: “ตำราพิชัยสงครามกล่าวไว้ ชักช้ามีการเปลี่ยนแปลงรบเร็วชัยเร็ว”“วิชาสายฟ้าของเจ้าน่าจะฝึกฝนจนเข้าขั้นเข้าประตูสู่ขุมคลังแล้ว หากกล่าวว่าวิชากระบี่คือวิชาโจมตีอันดับหนึ่ง วิชาสายฟ้าก็คืออันดับสอง ข้าจะใช้พลังแก่นทองคำล่อลวงคู่ต่อสู้ไว้ก่อน เจ้าอยู่ด้านหลังสะสมพลัง เมื่อสะสมพลังเสร็จแล้ว ก็โจมตีสุดกำลัง!”
“ดี แต่ท่านแน่ใจหรือว่าแก่นทองคำของท่านจะล่อลวงคู่ต่อสู้ได้?”ซู่ม่อไม่ตอบ แก่นทองคำกลืนกินที่เขาสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ทุ่มสุดหัวใจในการหลอมสร้างนั้น สามารถดูดกลืนพลังวิเศษของคู่ต่อสู้ได้ ไม่ว่าใครเจอสถานการณ์แบบนี้ย่อมตกใจวุ่นวายชั่วขณะการต่อสู้ในขั้นแก่นทองคำ ความวุ่นวายเพียงชั่วครู่ก็เพียงพอที่จะตัดสินผลการต่อสู้ได้แล้วขาของซู่ม่อเหยียดตรง ดุจลูกธนูพุ่งทะยาน ฉิวเดียวก็พุ่งไปอยู่ตรงหน้ารองประมุขลู่ เพียงความเร็วที่แสดงออกมาก็เหนือกว่าโม่เวิ่นหลี่แล้ว!เมื่อปะทะกันครั้งแรก ซู่ม่อก็รู้สึกถึงความยากในการรับมือกับรองประมุขลู่ คู่ต่อสู้มีประสบการณ์การต่อสู้อันล ้าลึก มีคว