ซู่ม่อและโม่เวิ่นหลี่เพิ่งก้าวลงจากเวทีประลอง ก็เห็นร่างหนึ่งรีบเร่งวิ่งเข้ามา สีหน้าตื่นตระหนกร่างนั้นคือเจ้าสำนักเหลยฮั่วนั่นเอง เจ้าสำนักเหลยฮั่วเข้ามาถามไถ่ซู่ม่อด้วยความเป็นห่วง “อาจารย์ ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”“อาจารย์?”โม่เวิ่นหลี่งุนงง ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น“นี่คืออาจารย์ของข้า เป็นอาจารย์ปู่ของเจ้า” เจ้าสำนักเหลยฮั่วส่งเสียงสื่อจิตอธิบายให้โม่เวิ่นหลี่ฟัง“อาจารย์ปู่? ท่านบอกว่าอาจารย์ปู่เสียชีวิตแล้วไม่ใช่หรือ?” โม่เวิ่นหลี่ตกใจ เมื่อครู่ท่าทีของเขาต่อซู่ม่อไม่ค่อยจะสุภาพนัก“นั่นเป็นเพียงคำพูดที่ใช้กับคนภายนอก ความจริงแล้วอาจารย์ปู่ของเจ้าสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ เพื่อไปบุกเบิกขั้นข้ามพิบัติ เมื่อหลายปีก่อนอาจารย์ปู่มีศัตรูอยู่หลายคน หลังจากสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ก็ไม่กล้าเปิดเผยตัว เกรงว่าจะถูกแก้แค้น จึงประกาศว่าตนเองเสียชีวิตแล้ว”
“แล้วข้ากับอาจารย์ปู่ก็เกือบจะต่อสู้กันแล้ว ท่านก็ยังไม่บอกข้า…” โม่เวิ่นหลี่มองเจ้าสำนักเหลยฮั่วด้วยแววตาน้อยใจ หากไม่มีลัทธิสวรรค์เข้ามาแทรก พวกเขาก็คงต่อสู้กันไปแล้วเจ้าสำนักเหลยฮั่วตวาดว่า “ก็เพราะเจ้ามันปากโป้ง ข้ากลัวว่าเจ้าจะทำให้พิรุธบนเวทีประลอง คำพูดของรองประมุขลู่ก็ไม่ผิด ดูวิชาสายฟ้าที่เจ้าเรียนมาสิ กระจัดกระจายเหมือนฉี่แยกเป็นสองสายกลับไปเข้าภวังค์ซะ ฝึกไม่ได้ผลก็อย่าออกมา!”โม่เวิ่นหลี่หน้าซีดเผือด“พอเถอะๆ อย่าขู่เด็กรุ่นหลังนั