“การแข่งขันกลุ่มขั้นแก่นทองคำตอนต้นยกแรก ผู้ชนะคือผู้บำเพ็ญอิสระจวงเสวียน”ผู้ตัดสินร่างผอมแห้งประกาศจบการแข่งขันยกแรก ผู้ชนะคือผู้บำเพ็ญที่ไร้ชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นศิษย์สำนักใหญ่หรือสำนักเล็ก ทรัพยากรการบำเพ็ญล้วนมาจากสำนักแต่ผู้บำเพ็ญอิสระแตกต่าง ผู้บำเพ็ญอิสระขาดแคลนทรัพยากรการบำเพ็ญ ทั้งเงินทอง สหาย วิชายุทธ์ และสถานที่ ล้วนขาดแคลนไม่มีผู้อาวุโสคอยชี้แนะการบำเพ็ญ เพียงความไม่ระวังเล็กน้อย ก็อาจบำเพ็ญผิดทาง ยากจะแก้ไขด้วยเหตุนี้ ระดับและคุณภาพการบำเพ็ญของผู้บำเพ็ญอิสระจึงด้อยกว่าศิษย์สำนักมากสามารถเอาชนะศิษย์สำนักมากมาย โดดเด่นจากระดับเมืองระดับแคว้น มาถึงสำนักเวิ่นเต๋า ความยากลำบากย่อมเป็นที่ประจักษ์“จดชื่อเขาไว้ มีความสงสัยอย่างมาก” เจียงชุนกำชับองครักษ์ลั่วสุ่ย
เขาพลิกดูบันทึกการต่อสู้ก่อนหน้าของจวงเสวียน ต้องบอกว่าประชันฝีมือมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ละครั้งใช้เพียงห้ากระบวนท่าก็จบการต่อสู้ แม้มาถึงรอบชิงและแข่งยกแรก ก็ใช้เพียงห้ากระบวนท่าเอาชนะคู่ต่อสู้แข็งแกร่งน่าหวาดกลัว“ขอรับ” องครักษ์ลั่วสุ่ยจดรายชื่อไปครึ่งหน้าแล้ว“การประลองครั้งหน้า ข้าต้องชนะให้ได้!” ฝ่ายแพ้เป็นผู้บำเพ็ญที่มีชีวิตชีวามาก แม้พ่ายแพ้จวงเสวียน แต่ไม่ท้อแท้ กลับนัดหมายจะประลองอีกครั้งจวงเสวียนมองคู่ต่อสู้ด้วยสายตาเย็นชา ค่อยๆ เอ่ยสองคำ“น่าเบื่อ”“เจ้า!”ฝ่ายแพ้สีหน้าเปลี่ยนไป จวงเสวียนช่างไร้มารยาทจวงเสวียนไม่