หลังจากเข้าสู่ขั้นสร้างฐานตอนปลาย การประลองยุทธ์ก็ยิ่งเข้มข้นน่าติดตาม ศิษย์จากสำนักต่างๆ เข้าร่วมศึกประลอง ประชันฝีมือกับบรรดาผู้บำเพ็ญโบราณที่สงสัยว่าเป็นพวกสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ ต่างแสดงวิชาเหนือธรรมดา โดยเฉพาะเว่ยหนานเฟย ที่โดดเด่นในหมู่ศิษย์สำนัก ไม่มีใครอยากปะทะกับเขาผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานมีอายุขัยเพียงสองสามปี อย่าให้ต่อสู้จบไปหนึ่งยก อายุขัยก็มอดไหม้หมดแล้ว“โชคดีที่การแข่งขันจำกัดอายุ” เมิ่งจิ่งโจวพร ่าพรรณนาจากด้านล่างเวที “สำนักเวิ่นเต๋ามีผู้สืบทอดแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร?”“ถ้าปล่อยให้พวกขั้นสร้างฐานรุ่นเก่าขึ้นเวที พวกเขาคงยอมแพ้ทันทีมิใช่หรือ?”ไป๋หมิงพยักหน้า นั่นสิ พวกขั้นสร้างฐานรุ่นเก่ามีอายุขัยเหลือรวมกันยังน้อยกว่าเขาเสียอีก วิชายุทธ์ของเว่ยหนานเฟยเป็นต้นกำเนิดแห่งความหายนะสำหรับผู้บำเพ็ญรุ่นเก่า“วิชายุทธ์นี้มีข้อบกพร่องอยู่เหมือนกัน ไม่สามารถเผาผลาญอายุขัยของผู้บำเพ็ญที่มีวิทยายุทธ์สูงกว่าตน แต่ในการแข่งขันครั้งนี้
ไม่มีผลกระทบอะไร” เมิ่งจิ่งโจวค่อนข้างเข้าใจวิชายุทธ์ที่เว่ยหนานเฟยฝึกฝนวิชายุทธ์ที่ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าฝึกฝนล้วนเปิดเผยต่อสาธารณะสะดวกแก่การแลกเปลี่ยนวิจัย ส่งเสริมการพัฒนา หากมีผู้ใดไม่เปิดเผย สาเหตุคงเป็นเพราะละอายที่จะบอก เช่น หลังจากฝึกฝนแล้วไม่อาจเข้าใกล้สตรีเพศอะไรทำนองนั้น……“เป็นรูปแบบกลายพันธุ์ของ ‘วิชาเผาฟ้าพิโรธโลหิต’ สินะน่าสนใจ น่าเสียดายที