านถิงคาดเดาอย่างมีเจตนาดี“เป็นไปได้”“ข้านึกว่าจะได้พบกับลู่หยางในการแข่งขันครั้งนี้เสียอีก” ไป๋หมิงส่ายหน้า เขาถูกลู่หยางเอาชนะมาแล้วสองครั้ง อยากจะใช้โอกาสนี้ล้างแค้น แต่กลับพบว่าตัวแทนจากสำนักเวิ่นเต๋าในขั้นแก่นทองคำตอนกลางคือเมิ่งจิ่งโจว ไม่ใช่ลู่หยางเหยียนเทียนจื้อก็รู้สึกเสียดายเช่นกัน เขายังไม่เคยประลองกับลู่หยาง และอยากจะวัดฝีมือดูเมิ่งจิ่งโจวบิดปาก “วางใจเถิด พวกเจ้าจะต้องได้พบเขาแน่ เขาก็เข้าร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายเช่นกัน”
ไป๋หมิงชะงักไปครู่หนึ่ง “เขาบรรลุขั้นแก่นทองคำตอนปลายแล้วรึ?”“ดูที่ฝั่งกรรมการสิ” เมิ่งจิ่งโจวชี้แนะอย่างมีน ้าใจไป๋หมิง เหยียนเทียนจื้อ และหลานถิงทั้งสามคนเงยหน้ามองบรรดาประมุขสำนักเซียนทั้งห้าแห่งนั่งอยู่บนฝั่งกรรมการ ส่วนลู่หยางนั่งอยู่ตรงกลาง กำลังโบกมือทักทายทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มสดใสไป๋หมิง: “???”เขารู้สึกคุ้นตาแปลกๆเหมือนว่าครั้งที่แล้วที่มาสำนักเวิ่นเต๋า ลู่หยางก็นั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มิใช่หรือ?เมิ่งจิ่งโจวถอนหายใจ ประณามลู่หยางที่ไม่รู้จักความเป็นคน “ลู่หยางเจ้าหมาบ้านี่ใช้อำนาจในทางที่ผิด รังแกคนใต้บังคับบัญชาประจบประแจงผู้บังคับบัญชา ทำตัวไร้กฎหมาย ให้ข้าออกรบ ตัวเองกลับไปนั่งสบายบนเวที เมื่อข้าได้เป็นผู้รักษาการเจ้าสำนัก จะต้องแก้แค้นให้ได้!”…
บนที่นั่งกรรมการ ลู่หยางเหลือบมองไปยังเมิ่งจิ่งโจว แล้วหันไปมองพระเจี๋ยซาด้วยความสงสัย “ท่านพระ ไม่เห็น