วัดเสวียนคงส่งคนมาเลยหรือ?”พระเจี๋ยซาเงียบงัน มองลู่หยางด้วยสายตาที่สื่อว่าให้พิจารณาเอาเองลู่หยางเข้าใจแล้ว ส่งสายตาตอบพระเจี๋ยซาเป็นเชิงให้พิจารณาเอาเองเช่นกันลู่หยางไม่เข้าใจความหมายของพระเจี๋ยซา และพระเจี๋ยซาก็ไม่เข้าใจความหมายของลู่หยางในขณะนั้น กรรมการคนสุดท้ายก็มาถึง ผู้มาเยือนสวมเสื้อคลุมสีเหลืองสดใส ใบหน้าเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ข้าเจียงชุนยินดีที่ได้พบผู้อาวุโสทุกท่าน” ชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเจียงชุนคำนับทั้งห้าคน“มิบังควรที่พระชายใหญ่ต้องมากล่าวคำคารวะ” หลัวหงเซียตอบพลางโอบกล่องสมบัติเอาไว้ ตลอดทางที่เดินมา มีผู้คนมากมายถามไถ่ถึงกล่องใบนี้ กลัวว่ากล่องจะเป็นอันตรายเจียงชุนรู้สึกสงสัยว่าทำไมประมุขหลัวถึงต้องโอบกล่องสมบัติไว้แต่คิดว่าเป็นความลับส่วนตัวของอีกฝ่าย จึงไม่ได้ถามอะไรมาก
การแข่งขันเป็นงานที่ราชสำนักจัดขึ้น แน่นอนว่าราชสำนักต้องส่งคนมาลู่หยางรู้จักผู้มาเยือน เขาคือเจียงชุน พระชายใหญ่แห่งแคว้นต้าเซี่ย ตอนงานฉลองแคว้นชิงเขาใช้นามแฝงว่าเซี่ยชุน เป็นผู้ช่วยของผู้ปกครองแคว้นชิง“ท่านเจ้าสำนักลู่ช่างอายุน้อยแต่มีความสามารถสูงนัก” เจียงชุนยิ้มและกล่าว ท่าทีสนิทสนมกับลู่หยางมากเขามีวิทยายุทธ์ขั้นรวมร่างตอนต้น ในบรรดาหกคน เขามีวิทยายุทธ์อยู่อันดับรองสุดท้าย แน่นอนว่าต้องสนิทสนมกับคนที่อยู่อันดับสุดท้ายมากหน่อยถ้าลู่หยางหนีไป เขาก็จะกลายเป็นคนอันดับสุดท้ายเองนอกจากนี้ ฝ่าบาทยั